วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 4 ขอนแก่น นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท.เขต 4 ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าแนวทางการสืบสวนสอบสวน จากกรณีที่คณะรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.ปนิดา ยศปัญญา อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรื่องการกรอกเอกสารที่ไม่เป็นความจริง และปลอมลายมือผู้รับการช่วยเหลือ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ในเรื่องของเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยโรคเอดส์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดย คชส.ได้มีคำสั่งให้ ป.ป.ท.ทำการตรวจสอบทั้งระบบนั้น ขณะนี้การสืบสวนของ ป.ป.ท.เขต 4 แยกประเด็นออกเป็น 2 ส่วนคือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่แยกออกเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อเอดส์ และประเภทผู้มีรายได้น้อย และในส่วนของผู้มีรายได้น้อยนั้นก็แยกออกมาเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มบุคคลทั่วไป และกลุ่มส่งเสริมอาชีพ
“จากการตรวจสอบพบว่าการเบิกจ่ายในส่วนของกลุ่มบุคคลทั่วไป จะต้องได้รับคนละ 2,000 บาท แต่ไม่มีใครได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว ส่วนกลุ่มส่งเสริมอาชีพ กลุ่มนี้จะได้รับเงินมาเป็นก้อนและจ่ายให้กับสมาชิก แต่ได้เงินไม่เต็มจำนวน สมาชิกได้รับเงินคนละ 1,000-3,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ การสอบสวนดังกล่าวบางข้อมูลไม่สามารถเปิดเผยกับสื่อมวลชนได้ เพราะจะกระทบต่อรูปคดี” นายทองสุขกล่าว
นายทองสุขกล่าวว่า การตรวจสอบของชุดสืบสวนสอบสวนพบหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการกระทำความผิดจริง ประกอบด้วยข้าราชการ 2 ราย เจ้าหน้าที่ในตำแหน่งลูกจ้างฯ 3 ราย และ บุคคลภายนอกอีก 1 ราย ซึ่งเมื่อคณะอนุกรรรมการประชุมสรุปแล้ว จะมีการออกหนังสือแจ้งไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 คนว่ามีความผิดในข้อหาใดบ้าง และเมื่อทั้งหมดได้รับหนังสือแล้วต้องมารับทราบข้อกล่าวหาต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ท. แต่ถ้าเห็นว่าการแจ้งหนังสือ หรือการแจ้งข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นธรรม สามารถทำหนังสือแย้งมาได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองได้เช่นกัน

