หน้าแรก ภูมิภาค สาวถูกกล่าวหา...

สาวถูกกล่าวหานำเอกสารยายถูกฟ้องเก็บภาษี11ล้านไป โผล่ปฏิเสธ ยายยืนยันเอาไปจริง!

17.02.18 | 14:24 น.

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ความคืบหน้ากรณีนางนุ้ย พรมราช อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 6 บ้านนาทาม ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถูกกรมสรรพากรฟ้องศาลภาษีอากรกลาง เพื่อเรียกเก็บภาษีเป็นเงินกว่า 11 ล้าน 8 แสนบาท เนื่องจากมีชื่อในฐานะเป็นผู้มีอำนาจของ บริษัท รุ่งรุจี ซัพพลาย จำกัด ซึ่งได้จดทะเบียนเปิดบริษัทไว้ตั้งแต่ 24 ธันวาคม 2556 ทำให้นางนุ้ย ตกเป็นจำเลยที่ 2 ฐานความผิดเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และละเมิด ทั้งที่มีฐานะยากจน และไม่มีอาชีพ ทำงานรับจ้างมีรายได้วันละ 100-200 บาท จากการรับจ้างทั่วไป จึงออกมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชนและหน่วยงานเกี่ยวข้อง


ล่าสุด นายประเวศน์ กันสุข ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย และทนายความ ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน สรุปเอกสารคำให้การ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และมีหลักฐานยืนยันว่าถูกหลอกนำเอกสารไปทำนิติกรรมแทน เพื่อยื่นแถลงต่อศาลในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 เนื่องจากหมายศาลได้ระบุให้มีการยื่นคำให้การแก้คดีต่อศาลภายใน 15 วัน หลังจากรับหมายศาล คือวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาล ถึงแม้จะมีข่าวว่ากรมสรรพากรจะไม่เรียกเก็บภาษีจากจำเลย แต่ในทางกฎหมายต้องดำเนินการตามขั้นตอน

ด้าน น.ส.นงลักษ์ แก้วสว่าง อายุ 28 ปี พร้อมสามี คือ นายสุรชัย เอกสวรรค์ อายุ 41 ปี ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนกับสำเนาทะเบียนบ้านไป เมื่อปี 2556 อ้างว่าจะนำไปเป็นข้อมูลการสำรวจ และให้ค่าตอบแทน 500 บาท จนกระทั่งเกิดปัญหา จึงเชื่อมั่นว่านำเอกสารไปทำนิติกรรมตั้งบริษัท น.ส.นงลักษ์ได้ออกมาให้การปฏิเสธยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่รู้ว่านางนุ้ยเอาข้อมูลมาจากไหน เพราะตนไม่เคยเข้าไปพูดคุยขอเอกสารเลยและยินดีจะให้ตรวจสอบ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากนางนุ้ยได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า ทั้ง 2 คนที่ถูกกล่าวหา ได้นำเอาเอกสารไปจริง และยังมีเพื่อนบ้านที่นำเอกสารให้ไปอีก 5 ราย ที่ออกมายืนยันตรงกัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบใครเกี่ยวข้อง หรือเข้าข่ายหลอกลวง จะประสานตำรวจสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ด้านนายประเวศน์ กันสุข ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ล่าสุด ยุติธรรมจังหวัดนครพนม ได้เร่งให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีความ พร้อมเร่งรวบรวมเอกสารหลักฐาน สรุปคำให้การเพื่อยื่นต่อศาลพิจารณาต่อไป ส่วนบุคคลใดจะเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น จะต้องรอการสอบสวนข้อเท็จจริง