เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวจ.ขอนแก่นรายงานกรณีเครือข่ายประชาชนและนักวิชาการ กลุ่ม People Go Network ซึ่งร่วมทำกิจกรรม”We Walk เดินมิตรภาพ” ออกเดินเท้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีจุดหมายปลายทางที่ จ.ขอนแก่น เพื่อเชื่อมร้อยประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาผลกระทบจากนโยบายรัฐ ใน 4 ประเด็นหลักนั้นว่า วันนี้เป็นการเดินครั้งสุดท้ายของกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้เริ่มตั้งขบวนเดินเท้า จากด้านหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝั่งมอดินแดง บนถนนมิตรภาพ โดยกลุ่มนักศึกษาคนรุ่นใหม่ได้พากันยืนสงบนิ่ง ไว้อาลัยให้กับการไร้เสรีภาพของมหาวิทยาลัย ที่หน้าตึกองค์การนักศึกษา ก่อนจะไปเดินต้อนรับทีมเดิน We Walk ที่หน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น บนถนนมิตรภาพ และร่วมกันยืนไว้อาลัยต่อมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ไร้ซึ่งเสรีภาพอีกครั้ง จากนั่นจึงพากันเดินไปยังวัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

เวลา 09.40 น.ทางกลุ่มได้เดินทางมาถึงวัดป่าอดุลยาราม โดยภายในวัดได้มีการจัดพื้นที่เวทีวัฒนธรรมส่งท้ายการเดินรัฐธรรมนูญกับเส้นทางสู่ประชาธิปไตย 8 แสนก้าว ด้วยการฉายวีดีทัศน์เก็บตก 1 เดือน ปีวอกเดินมิตรภาพ ซึ่งมีการบอกเล่าและถ่ายทอดถึงปัญหาว่าระหว่างการเดินเท้าได้พบกับอุปสรรคปัญหาใดๆ บ้าง นอกจาากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมอีกหลายอย่าง อาทิ การจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญแบบพื้นเมืองอีสาน การผูกเสี่ยว ฮักแพงให้กับกลุ่มเดินมิตรภาพ ซึ่งกลุ่มที่เข้าร่วมวันนี้มีกลุ่มสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กป.อพช., กป.อพช.อีสาน, กป.อพช.ภาคใต้, กลุ่มรักบ้านแพง จังหวัดลำปาง, กลุ่มดาวดิน, ศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน, ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม, กระบวนการสื่อสารใหม่กลุ่มคนรักบ้านเกิด จังหวัดเลย และกลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาค ซึ่งวันนี้นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายได้เริ่มเปิดเวทีเสวนา 4+1 คือ 1.เครือข่ายรับสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพ โดยน.ส.แสนศิริ ตรีมรรคา 2.เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก โดยนายเอกชัย อิสระทะ 3.เครือข่ายสลัม 4 ภาค โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และ4.เครือข่ายนักกฎหมายและวิชาการ โดย ดร.ภาสกร อินทุมาร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายณัฐวุฒิ อุปปะ เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเสวนาในครั้งนี้

