หน้าแรก ภูมิภาค ภารกิจ &#8220...

ภารกิจ “วีวอล์ก” เพื่อสิทธิมนุษยชน “8แสนก้าว” แค่ปฐมบท

20.02.18 | 15:11 น.

การเดินทาง “We Walk เดินมิตรภาพ” 8 แสนก้าว 450 กิโลเมตร นาน 28 วัน บนถนนมิตรภาพ ผ่านเรื่องราวเพื่ออนาคต เพื่อประชาชน และประชาธิปไตยแม้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งอุปสรรคต่างๆ ตลอดเส้นทาง แต่ได้กำลังใจ จากคำว่า “มิตรภาพ” ทำให้การเดินทางมาถึงจุดหมายได้อย่างที่ตั้งใจ

การรวมตัวกันในนาม “People Go Network forum” คือเครือข่ายภาคประชาชนที่พัฒนามาจาก 97 องค์กร เครือข่ายใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน มีทั้งคณาจารย์ นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน นิสิต นักศึกษา และองค์กรเครือข่ายชาวบ้านจากทั่วประเทศ ที่เข้ามาร่วมกัน

การเดินครั้งนี้มี 4 เครือข่ายหลัก คือ 1.เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการและกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ 2.เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกและความมั่นคงด้านอาหาร 3.เครือข่ายทรัพยากรและสิทธิชุมชน และ 4.เครือข่ายนักวิชาการและนักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน

แต่ยังมีอีกหลายเครือข่ายเข้าร่วม อาทิ เครือข่ายกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, กป.อพช., กป.อพช.อีสาน, กป.อพช.ภาคใต้ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้, กลุ่มรักษ์บ้านแหง จ.ลำปาง, กลุ่มดาวดิน, ศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน, ศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม, ขบวนการอีสานใหม่, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน, เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw), เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี และเครือข่ายแรงงานนอกระบบ

Advertisement

การจัดกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ” ซึ่งเริ่มเดินทางออก จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ไปตามถนนมิตรภาพตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา มีจุดมุ่งหมายปลายทางคือที่ จ.ขอนแก่น เพื่อเชื่อมร้อยประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาผลกระทบจากนโยบายรัฐให้ประชาชนได้ทราบใน 4 ประเด็นหลัก คือ

1.การแก้ไขกฎหมายบัตรทอง ซึ่งยังมีความไม่เห็นด้วยจากประชาชนหลายส่วน เพราะกลายเป็นเพียงการสงเคราะห์

2.การแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ที่เปิดโอกาสให้บรรษัทข้ามชาติผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ลดทอนสิทธิของชาวไร่ ชาวนา ในการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ ขาดความจริงใจในการควบคุมการใช้สารเคมีร้ายแรงในเกษตรกร

3.การแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่เปิดให้มีการลงทุนมุ่งสู่การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรม แต่กลับไม่มีการควบคุมผลกระทบต่อมลภาวะและสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

4.ประชาชนขาดการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน แม้ว่าจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว แต่สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญกลับถูกลิดรอนความเห็นต่อนโยบายของรัฐ

ตลอดการเดินทางของกลุ่ม “We Walk เดินมิตรภาพ” ต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่พัก ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ อย่างเช่นช่วงที่เดินเข้าเขต จ.นครราชสีมา ที่ทำให้ทางกลุ่มเกิดความกังวลถึงความไม่ปลอดภัย จนทำให้ตัวแทนของกลุ่มต้องเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ดูแลและอำนวยความสะดวก

เมื่อทางกลุ่มเกือบ 30 คน นำโดย เอกชัย อิสระทะ แกนนำกลุ่ม และ ณัฐวุฒิ อุปปะ ผู้ประสานงานกลุ่ม เดินทางเข้าใกล้เขต จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็ขอเข้าพบผู้ว่าฯขอนแก่น ก่อนจะเดินเข้าเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น ช่วงบ่ายวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อขอความอำนวยความสะดวก เนื่องจากเกรงว่าทางฝ่ายปกครองในพื้นที่ไม่เข้าใจ

นายณัฐวุฒิ อุปปะ

ทาง จ.ขอนแก่นมอบหมายให้ ชำนาญ ทองดี  ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อม พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เป็นตัวแทนรับเรื่องแทนผู้ว่าฯขอนแก่น

ทางกลุ่ม “We Walk เดินมิตรภาพ” ขอให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่ม พร้อมกับแจ้งถึงกิจกรรมที่จะมีขึ้นระหว่างเดินทางในช่วง 2 วันสุดท้าย คือ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ จะเดิน 4 เส้นทางหลัก ก่อนไปรวมตัวปักหมุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น เพื่อบ่งบอกว่าเดินทางมาถึง จ.ขอนแก่นแล้ว และวันที่ 17 กุมภาพันธ์ จะจัดกิจกรรมเวทีวัฒนธรรมส่งท้าย “เพื่ออนาคตของประชาชน” ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)

แต่เมื่อการเดินทางใกล้ถึงจุดหมายใน 2 วันสุดท้าย กลับไม่เป็นไปตามที่แจ้งไว้กับทางเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ คือเพียง 1 ชม.ก่อนเข้าสู่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นนำหนังสือไปยื่นให้กับทางกลุ่ม โดยแจ้งว่าทาง จ.ขอนแก่นไม่สามารถให้ทางกลุ่มใช้พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่จัดโครงการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากอัคคีภัย ระหว่างวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มยังยืนยันว่าจะทำกิจกรรมที่กำหนดขึ้นให้แล้วเสร็จ แม้จะมีพื้นที่ให้เพียงเล็กน้อย คือบริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ส่วนวันสุดท้าย วันที่ 17 กุมภาพันธ์ กิจกรรมเวทีวัฒนธรรมส่งท้ายที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ไม่ได้จัดตามที่ตั้งใจ เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยไม่สามารถอนุญาตให้ใช้พื้นที่ โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ของมหาวิทยาลัยในขณะนี้อยู่ในความดูแลของฝ่ายความมั่นคง หากจะใช้พื้นที่ต้องไปขออนุญาตกับฝ่ายความมั่นคง

ทำให้ทางกลุ่มต้องไปขอใช้พื้นที่ของวัดป่าอดุลยาราม เป็นสถานที่จัดกิจกรรม นั่นคือ การจัดเวทีวัฒนธรรมส่งท้ายการเดินรัฐธรรมนูญกับเส้นทางสู่ประชาธิปไตย 8 แสนก้าว และกิจกรรมอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเล่าประสบการณ์ระหว่างการเดินทางได้พบเจอปัญหาอุปสรรคใดบ้าง และมีการจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ และการผูกเสี่ยวฮักแพงให้กับกลุ่ม

นายเอกชัย อิสระทะ

เอกชัย อิสระทะ แกนนำเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก คณะทำงานเครือข่ายเดินมิตรภาพ บอกเล่าว่า รู้สึกดีที่ทำภารกิจสำเร็จ มันเป็นภารกิจเปิด เราใช้การเดินมิตรภาพเป็นเครื่องมือในการใช้รัฐธรรมนูญ ใช้กฎหมาย ใช้กระบวนการสื่อสารทางสังคม ใช้ความมุ่งมั่นและความพยายามของพี่น้องประชาชนมาเป็นสื่อนำเสนอแนะเชิงนโยบาย ผมคิดว่าเป็นความสมบูรณ์ระดับหนึ่ง ที่พวกเราพอใจ สิ่งที่พวกเราทำมันจะนำไปสู่การเปิดพื้นที่เสรีภาพ

ขอขอบคุณเพื่อนพี่น้องภาคประชาชนทั้งที่อยู่ตามเส้นทางมาให้กำลังใจกับพวกเราตลอดเส้นทาง และพี่น้องที่เป็นเครือข่ายหลักของพวกเรา ต้องขอบคุณมากที่เหนียวแน่นและก็ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่ออำนาจที่มากดดันพวกเรา นี่ถือเป็นก้าวแรก ส่วนก้าวต่อไปคงต้องประเมินสถานการณ์ร่วมกัน เราจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปแลกเปลี่ยนภายในของแต่ละเครือข่าย และขยายผลไปสู่เครือข่ายอื่นๆ

“การสื่อสารแบบนี้เราสามารถทำได้ตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญ เราคิดว่านี่คือคุณูปการที่เราสามารถเปิดเส้นทางด้านสังคมให้กับประเทศไทยได้ โดยสะท้อนปัญหาผลกระทบจากนโยบายรัฐให้ประชาชนทั่วประเทศได้ทราบ ผ่านกิจกรรมที่ผ่านไปทำให้เราได้รับรู้ความต้องการที่จะสร้างคุณภาพชีวิต ยืนยันสิทธิของประชาชนในทุกด้านต่อการพัฒนาประเทศ ที่สำคัญคือการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ” เอกชัยสรุป

แม้กิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ 8 แสนก้าว” จะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงปฐมบท

ยังมีบทเรียนที่จะก้าวเดินต่อไปอีก เพื่อบรรลุเป้าหมายที่แต่ละเครือข่ายมุ่งหวัง