เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายชีวะภาพ ชีวธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กล่าวถึงกรณีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่บนที่ดิน รอส.เขาค้อ และอยู่ในเขตป่าที่ทหารขอใช้จากกรมป่าไม้ และยังพบว่าเคยถูกดำเนินคดีแต่อัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะหลักฐานไม่พอ แต่ทั้งนี้ทางคณะเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบไม่ได้มีการดำเนินเพิ่มเติมแต่อย่างใด กระทั่งกลายเป็นปมประเด็นที่มีผู้สนใจทั้งประเทศ เกี่ยวกับประเด็นนี้นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบแล้ว และในภาพรวมยังสั่งให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามผลคดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระยะหลังมีคดีของป่าไม้ซึ่งเป็นคดีใหญ่และอยู่ในความสนใจของสาธารณชนทั่วประเทศ แต่ปรากฏว่าในพื้นที่อาจขาดประสบการณ์และขาดความรัดกุม ทำให้คดีถูกสั่งไม่ฟ้องโดยทางพนักงานสอบสวนและพนักงานทางอัยการ

นายชีวะภาพกล่าวว่า ยกตัวอย่างกรณีเขาค้อซึ่งพบประเด็นปัญหาก็คือ พอมีการจับกุมเสร็จแต่ไม่มีการเสนอให้เพิกถอนสิทธิ รอส. ทั้งที่วัตถุประสงค์การจัดสรรที่ให้แก่รอส.ทำกิน มีเงื่อนไขระบุไว้ชัดเจนให้ทำอะไรบ้าง และหากผิดเงื่อนไขก็ต้องถูกปลดจากรอส. รวมทั้งเสียสิทธิในการครอบครองที่ดินด้วย หากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำเรื่องส่งให้ผู้ที่มีอำนาจดำเนินการเพิกถอนแปลงรอส.ก่อน ทำให้สำนวนคดีที่ส่งเข้ามาก็จะมีครบถ้วน เจ้าของแปลงรอส.ก็จะไม่มีสิทธิครอบครองต่อ เพราะผิดเงื่อนไขเนื่องจากเอาที่ดินไปทำรีสอร์ต เมื่อผิดเงื่อนไขการที่จะไปอ้างมีการร่วมทุน หรือมีสิทธิทำตามเงื่อนไขของ รอส.ก็เป็นไปไม่ได้

“เท่าที่เห็นคดีที่เขาค้อคือไม่มีการเพิกถอน รอส.คดีจึงออกมาในรูปแบบนี้ อีกประเด็นคดีถึงที่สุดแล้วผู้ต้องหาขาดเจตนา ซึ่งก่อนหน้านี้ทางนายทุนอาจจะไม่ทราบเป็นป่าสงวน และไม่ทราบว่าเงื่อนไขแปลง รอส.ทำอะไรได้บ้าง แต่วันนี้ทราบดีแล้วก็ต้องถอยออกไป หากยังไม่ถอยก็ต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม” หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรกล่าวและย้ำว่า ปัญหาบนเขาค้อรีสอร์ทเหล่านี้ยังทำผิดกฎหมายอีกหลาย พ.ร.บ อาทิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, พ.ร.บ.ที่ดินและอาจมี พ.ร.บ.น้ำบาดาลอีกด้วย ขณะเดียวกันทุกภาคส่วนที่ควบคุมดูแลแต่ละ พ.ร.บ.ต้องบังคับใช้กฎหมายไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายเรื่องนี้ชัดเจนว่าต้องบังคับใช้
นายชีวภาพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากคำสั่งรองอธิบดีฯให้ติดตามผลคดี ซึ่งต่อไปหากมีคดีรายใหญ่ทั่วประเทศที่สาธารณชนสนใจ อย่างกรณีเขาค้อ-ภูทับเบิก ก็จะให้ทางสำนักออกคำสั่งติดตามผลคดี และให้มีการรายงานความก้าวหน้าการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้เกิดความรัดกุม และผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งติดตามผลคดีก็ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งที่ดินที่ภูเรือ จ.เลย ของบริษัท ซี พี เค อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ที่นายเปรมชัย กรรณสูต มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางรองอธิบดีก็สั่งให้ยกร่างคำสั่งตั้งคณะทำงานติดตามคดี โดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะทำงานชุดนี้ ฉะนั้นหากมีคำสั่งแบบนี้ออกมา ก็จะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยติดตามคดีและทำให้คดีมีความรัดกุมขึ้นตั้งแต่ต้น
“ส่วนปัญหาเรื่องเจอตอใหญ่ๆ นั้น สำหรับที่เขาค้อค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นกลุ่มทุนใหญ่ เราต้องเข้าใจและพูดตลอดว่าวันนี้ปัญหาเรื่องของการแก้ไขรีสอร์ทบ้านพักในเขตป่าสงวน ประเด็นใหญ่ที่สุดก็อยู่ที่เขาค้อและปัญหาก็ค่อนข้างซับซ้อน โดยที่ดินที่เขาค้อเป็นที่ดิน รอส.ก่อนที่มาเป็นรีสอร์ทบ้านพักตากอากาศ และเชื่อว่าทิศทางที่ทางฝ่ายทหารโดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 3 ดำเนินการโดยการเจ้าของเชิญรีสอร์ทบ้านพักมาให้ข้อมูลและให้เลือกว่าจะรื้อถอนออกไปเองหรือจะต่อสู้คดี จะทำให้เห็นแล้วว่าเขามีเจตนาชัดเจนโดยทุกคนทราบแล้วว่าเข้ามาก่อสร้างอยู่ในเขตป่าสงวน และยังไม่ยอมออกไปก็จะง่ายต่อการทำคดี ส่วนกรณีผู้มีอิทธิพลก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องเจอแน่ๆ แต่คงต้องทำและทำให้รัดกุมเหมือนกันหมดทั้งประเทศ” นายชีวะภาพกล่าว

