เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พระครูผาสุกวิหารการ หรือหลวงพ่อพงษ์ อายุ 60 ปี เจ้าอาวาสวัดอ่างสุวรรณ บ้านหนองหอย ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้วัดอ่างสุวรรณเป็นที่รู้จักจากประชาชนทุกสารทิศ จากการรักษาอาการที่เกิดจากพิษงูและสัตว์มีพิษทุกชนิดด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน นานกว่า 30 ปี หลังจากบวชเป็นพระภิกษุเมื่อ 30 ปีก่อน จากนั้นมีโอกาสได้สืบทอดวิชารักษาพิษงู จากบรรพบุรุษที่ใช้สมุนไพรโบราณ น้ำมันเลียงผา มาจากชายแดนประเทศกัมพูชา

“การรักษาอาการที่เกิดจากงูมีพิษกัด พิษจากแมลง และแมงกะพรุน จะใช้เข็มชุบน้ำยาสมุนไพรเจาะที่แผล เพื่อให้เลือดพิษที่คั่งอยู่ภายในไหลออกมา จากนั้นใช้สมุนไพรดูดซับพิษอีกครั้งพร้อมลงอาคม โดยเฉพาะพิษจากงูกะปะจะรุนแรงมากที่สุดทำให้เนื้อตายและแผลเน่าลุกลาม สำหรับผู้ที่ถูกงูกัดใหม่ๆจะรักษาง่ายกว่า หลังจากไปรักษาที่โรงพยาบาล บางรายแผลเน่า แพทย์ปฏิเสธการรักษายืนยันว่าจะต้องตัดอวัยวะส่วนที่เน่าทิ้ง ญาติได้นำมารักษาที่วัด” หลวงพ่อพงษ์กล่าว
หลวงพ่อพงษ์กล่าวว่า ที่วัดรักษาอาการพิษงูโดยใช้หลักเมตตาธรรมไม่หารายได้ประเภทพุทธพาณิชย์ และก่อนรักษาหากผู้ป่วยที่เดินทางมารักษา ถ้าฐานะยากจนรักษาให้ฟรี สำหรับการรักษาจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ผู้ป่วยต้องให้ความเชื่อถือศรัทธา แต่ละวันมีคนถูกงูกัดเข้ามารักษาจำนวนมากจากทั่วประเทศ โดยให้ลูกศิษย์แจ้งว่าก่อนมาให้เอาผ้าพันเหนือแผล แต่ไม่ต้องนำซากงูมาให้ดู หรือผู้ที่ถูกสัตว์มีพิษกัดแต่ไม่ทราบชนิดก็ไม่มีปัญหา เริ่มรักษาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดถึงบ่าย 3 โมงจะหยุดพัก และหากมีคนถูกงูกัดฉุกเฉินมาที่วัด ก็จะรักษาให้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่รับกิจนิมนต์ไปรักษานอกวัด
นายเสนาะ โตทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เคยถูกงูกะปะกัดที่นิ้ว 2 แผล จากนั้นได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจออกจากโรงพยาบาลไปทำการรักษาแบบโบราณกับหลวงพ่อทำให้อาการทุเลาและแผลไม่เน่าไม่ต้องตัดนิ้วทิ้ง
นายสมชาย กุญชร ณ อยุธยา อาชีพรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์รายวัน “ร้านไพโรจน์” เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากเข้ารักษาอาการงูกะปะกัดที่ขาด้านขวา โดยพักฟื้นที่โรงพยาบาล 3 วันและแผลเริ่มเน่า ต่อมาแพทย์ได้แนะนำให้ตัดขาทิ้งเพื่อไม่ให้แผลลุกลาม จึงออกจากโรงพยาบาลไปหาหลวงพ่อพงษ์ทำการรักษา ล่าสุดยังอาการชาที่เท้าด้านขวา แต่โชคดีที่ไม่ต้องตัดขาทิ้งทำให้ประกอบอาชีพได้ตามปกติ

