เมื่อเวลา 16.00น. วันที่ 24 กพ.2561 ตำรวจภูธรภาค5 นำโดย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชการตำรวจภูธรภาค 5 และ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ของกลางยาบ้าจำนวน 728,000 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 45 กิโลกรัม
โดย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 รวม 3 คดี ได้ผู้ต้องหารวม 4 คน โดยคดีแรกเมื่อเช้าวันนี้ ( 24 กุมภาพันธ์) ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมนายชาญชัย ไชยชนะ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดแพร่ , นายณรงค์ ดอกไม้ อายุ 37 ปี และนางสุพิชญา ฝักฝ่าย อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา ชาวจังหวัดแพร่ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 596,000 เม็ด ยาไอซ์ 21 กิโลกรัม และรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีเทา ทะเบียน บท 3401 อุตรดิตถ์ อาวุธปืนสั้น 9 มม.จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืน 21 นัด โดยจับกุมได้ริมถนนข้างวัดอรัญญะวิเวก หมู่ 7 บ้านห้วยบง ตำบลทานตะวัน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ขณะนายชาญชัย กำลังขับรถผ่านมายังจุดที่เจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่ ก่อนขยายผลจับกุมนายณรงค์ และนางสุพิชญา ซึ่งรอรับยาเสพติดอยู่ที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง เพื่อแพ็คส่งทางรถไฟไปยังสถานีหัวลำโพง กรุงเทพมหานคร จากนั้นจะมีคนมารับต่อไปกระจาย

เบื้องต้นทั้งสองสามีภรรยาสารภาพว่า รับจ้างทำมาแล้ว 5 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 2 แสนบาท กระทั่งล่าสุดถูกจับกุมตัวได้ ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบขนยาบ้าผ่านเส้นทางจากจังหวัดเชียงรายจะไปที่จังหวัดแพร่ ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปดักซุ่มที่บริเวณริมถนนข้างวัดอรัญญะวิเวก หมู่ 7 บ้านห้วยบง ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย พบนายชาญชัย ขับรถของกลางมาทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปสกัดจับ และพบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในหลังรถกระบะ จากการสอบสวนก็ทราบว่านายณรงค์ และนางสุพิชญา กำลังรอรับยาเพื่อแพ๊คของที่ อ.งาว จ.ลำปาง จึงติดตามไปจับกุมทั้งสองคนไว้ได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจากนายทุน ให้ลำเลียงยาบ้าโดยจะสลับกันขนของเป็นช่วงๆ โดยใช้เส้นทางที่หลีกเลี่ยงด่าน ขับอ้อมตามอำเภอต่างๆ ก่อนจะนำของไปแพ๊ค ที่จ.แพร่ เพื่อขนต่อทางรถไฟ ไปส่งที่สถานีหัวลำโพง แล้วจะมีคนมารับต่อไปกระจายของที่กรุงเทพ โดยทำมาแล้ว 5 ครั้งพึ่งถูกจับกุมโดยแต่ละครั้งจะได้เงิน 200,000 บาท
โดย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่า ยาบ้าที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ครั้งนี้มีข้อสังเกต คือ จะห่อหุ้มด้วยกระดาษก๊อปปี้สีน้ำเงิน เพื่อป้องกันเครื่องเอ๊กซเรย์ ขณะตราประทับบนหีบห่อยาบ้าก็เป็นรูปนกอินทรีย์บนพระอาทิตย์สีแดง ซึ่งคาดว่าจะเป็นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหม่ ส่วนวิธีการขนก็มีหลายทอด ทั้งขนโดยรถส่วนบุคคลไปตามถนนสายรองเพื่อเลี่ยงด่าน จากนั้นเปลี่ยนไปขนส่งทางรถไฟ นอกจากนี้ยังพบยาบ้าที่ยึดได้ล๊อตนี้มีเฮโรอีนบรรจุซองอยู่ในห่อด้วย ซึ่งขณะนี้เฮโรอีนกำลังกลับมาแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบมีเยาวชนติดเฮโรอีนแล้วกว่า 100 ราย
ส่วนคดีที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจปูแกง สถานีตำรวจภูธรพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จับกุมนายจิรพันธ์ ขันน้อย อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 132,000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจรถโดยสารประจำทาง สายเชียงราย-นครสวรรค์ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระผู้โดยสารใต้ท้องรถ ตรวจสอบแล้วเป็นของนายจิรพันธ์ ซึ่งการสอบสวนรับสารภาพว่า รับเงินค่าจ้างในการขนจำนวน 2,000 บาท จากนายบอย ให้นำไปส่งที่จังหวัดพิษณุโลก
ในขณะที่คดีที่สาม เหตุเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรนาหวาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และทหารนำกำลังออกตรวจบริเวณเส้นทางป่าบ้านอรุโณทัย หมู่ 10 และบ้านป่าบงงาม หมู่ 11 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว พบกองคาราวาน 5 คน พร้อมอาวุธครบมือกำลังลำเลียงยาเสพติด จึงเกิดกันปะทะกันนานราว 20 นาที ก่อนที่ทั้งหมดจะล่าถอยไปและหลบหนีไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ยึดยาไอซ์จำนวน 24 กิโลกรัม บรรจุในเป้ พร้อมปลอกกระสุนจำนวนมาก

