หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าของร้านขา...

เจ้าของร้านขายเครื่องประดับเตือนภัย หลัง ‘ชาวต่างชาติ’ ฉกของ แม้มี ‘วงจรปิด’ ก็ไม่หวั่น! (คลิป)

25.02.18 | 16:31 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นางเกศรา ไชยมุสิก เจ้าของร้าน บลูวนิลา ตั้งอยู่ที่ชายหาดบ่อผุด หมู่ 1 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกมาเตือนภัยผ่านสื่อหลังจากโดนหัวขโมยเป็นชายหญิงชาวต่างชาติแอบฉกสินค้าภายในร้านไป แม้คนร้ายจะเห็นว่ามีกล้องวงจรปิด แต่คนร้ายก็ไม่สนใจ

นางเกศรา เจ้าของร้านบอกว่า เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่วงเวลานั้นมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเลือกซื้อสินค้าหลายคน ซึ่งกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกพฤติกรรมของคู่รักชาวต่างชาติคู่หนึ่งเดินเข้ามาภายในร้าน หญิงชาวต่างชาติใส่ชุดแซกลายดำขาว สะพายกระเป๋าข้างสีน้ำตาล และสะพายกล้องถ่ายรูป อายุประมาณ 25 ปี ส่วนชายชาวต่างชาติใส่เสื้อคอปกสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ อายุประมาณ 25 ปีเช่นกัน จากนั้นหญิงชาวต่างชาติได้มาเลือกสินค้าจำพวกสร้อยข้อมือที่ชั้นวางด้านหน้าร้าน ส่วนชายชาวต่างชาติเดินเข้ามาด้านในของร้าน

ระหว่างนั้นหญิงชาวต่างชาติคนดังกล่าวได้หยิบสร้อยข้อมือขึ้นมาลองใส่ 1 เส้น จากนั้นนำสร้อยกำไว้ในมือขวา ทำทีเป็นเลือกดูสร้อยข้อมือเส้นอื่น จากนั้นชายชาวต่างชาติก็เดินเข้ามาเลือกสร้อยเส้นอื่นด้วย โดยที่หญิงชาวต่างชาติยังคงกำมือขวาไว้แน่น และเดินดูสินค้าในร้าน ก่อนจะเดินออกจากร้านพร้อมสร้อยข้อมือติดไปด้วยโดยที่ไม่ได้จ่ายเงินค่าสินค้า

นางเกศรายังบอกอีกว่า ช่วงเวลานั้นพนักงานในร้านได้สังเกตเห็นหญิงชาวต่างชาติคนดังกล่าวกำมือขวาแน่นผิดปกติ จึงได้มาแจ้งให้ทราบ แต่ทางเราไม่กล้าบอกตรงๆ ว่าขอดูมือที่กำอยู่เพราะเกรงใจ จึงได้ทำทีหยิบผลไม้อบแห้งมาให้ชาวต่างชาติทั้งสองคนชิม แต่หญิงชาวต่างชาติก็ใช้มือซ้ายหยิบแทน หลังจากคู่รักออกจากร้านไป ผ่านไป 15นาที่ ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าถูกขโมยสินค้าไปจริง

สำหรับสินค้าที่หายไปเป็นสร้อยข้อมือเชือกถัก 1 เส้น ราคา 450 บาท และสร้อยข้อมือร้อยลูกปัด 2 เส้น ราคาเส้นละ 350 บาท รวมมูลค่า 1,150 บาท

Advertisement

“อยากจะเตือนร้านค้าด้วยกันให้ระวังสินค้าหาย เพราะคนร้ายจะแฝงมาในคราบนักท่องเที่ยว มักจะอาศัยช่วงที่มีลูกค้าเยอะ พวกนี้จะมือไว มาหยิบของไปโดยที่ไม่ทันระวังตัว ถ้าพบนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมแบบนี้อย่าปล่อย เพราะจะทำให้มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาปกติ ซึ่งตนเองก็จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวสองคนนี้ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด”