หนุ่มฉุนถูกคนดูแลที่ดินทักท้วงเรื่องไม่ปิดประตูกั้นทางเข้าที่ดินฯ กลับบ้านเอาปืนยาวมาขู่ ก่อนบานปลายเปิดฉากยิงกันสนั่นเจ็บสองฝ่าย ตร.ถลางรวบตัวทันควัน
เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 25 ก.พ.61 ร.ต.อ.ณัฐธีร์ พิชิตชัยนิธิเมธ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ถลาง ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้ใช้อาวุธปีนยิงใส่กันได้รับบาดเจ็บบริเวณทางเข้าที่ดิน ของบริษัทมาดูโร จำกัด ด้านหลังหลังวัดเทพวนาราม (ม่าหนิก) หมู่ที่ 7 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแลประสานหน่วยกู้ชีพเข้ารับตัวผู้บาดเจ็บ ก่อนพร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุกูล หนูเกตุ รอง ผกก.สอบสวน.สภ.ถลาง , พ.ต.ท.ณฐาภพ พงศาปาน รอง ผกก.สส.สภ.ถลาง ,พ.ต.ต.สุริศักดิ์ หลีวิจิตร สวป.สภ.ถลาง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ,ข่ายสายตรวจ และ ข่ายจราจร ร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางเข้าแปลงที่ดินขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 800 ไร่ พบร่องรอยปลอกกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง และพบรถยนต์กระบะ ฟอร์ด สีนำเงิน ทะเบียน กร 2144 ภูเก็ต กระจกหน้ารถได้รับความเสียหาย ส่วนคนเจ็บ 2 ราย หน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตไปก่อนหน้า ทราบชื่อคือ นาย วิเชียร ชิณวงศ์พรหม และ นาย สัมฤทธิ์ เด่นมาลัย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตามไปอายัดตัวทั้งสองไว้ที่โรงพยาบาล
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ถลาง ได้เข้าควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มมาสอบสวนที่สภ.ถลาง โดยกลุ่มแรกคือกลุ่มผู้ที่อาศัยหลังที่ดินบริษัท ประกอบด้วย นายจักรี นานดิษฐ์ อายุ 33 ปี และ นายส้อหลีอ้า เด่นมาลัย อายุ 54 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนยาว ขนาด .22 (ปืนลูกกรด)จำนวน 1 กระบอก และ อาวุธปืนลูกซอง กึ่งอัตโนมัติ จำนวน 1 กระบอก
ส่วนอีกฝ่ายที่ดูแลพื้นที่ประกอบด้วย นายชัยยันต์ ใจสว่าง อายุ 51 ปี , นายสินชัย แก้วเมฆา อายุ 42 ปี , นายวีระวัฒน์ จันทร์ประเสริฐ อายุ 48 ปี พร้อม ตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ประกอบด้วย อาวุธปืนสั้น กึ่งออโตเมติก ยี่ห้อ glock 21 ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก , อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนลูกซอง จำนวน 9 นัด และ เครื่องกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 6 นัด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ นายจักรี และ นายส้อหลีอ้า ซึ่งอาศัยอยู่หลังที่ดินของบริษัทฯ ได้ใช้เส้นทางภายในพื้นที่ของบริษัทฯ และไม่ได้ปิดไม้กั้นประตู ทำให้ฝ่ายที่ดูแลที่ดินฯมีการทักท้วงและมีปากเสียงกันขึ้น ทำให้เกิดความไม่พอใจ ฝ่ายนาย นายจักรี และ นายส้อหลีอ้าจึงกลับไปเอาอาวุธปืนมาข่มขู่ก่อนเปิดฉากยิงกันขึ้นจนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบอาวุธปืนทั้ง 4 กระบอกพบว่าเป็นปืมมีทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย ก่อนสอบปากคำผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมให้เจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานภูเก็ตเข้าตรวจสอบเขม่าดินปืน เก็บลายนิ้วมือ พร้อมเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไปตรวจสอบ และรวบรวมพยายานหลักฐานทั้งหมด ก่อนดำเนินคดีตามกฏหมาย
อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบพบว่าเมื่อประมาณปี 2558 ที่ผ่านมา ฝ่ายผู้ดูแลพื้นที่ของบริษัทเคยมีการเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่ามีปัญหาพิพาทกับกลุ่มผู้อาศัยอยู่หลังพื้นที่บริษัทฯเรื่องการใช้เส้นทางดังกล่าว ก่อนจะเริ่มรุนแรงขึ้นจนมีการฟ้องร้อง และศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่หลังพื้นที่ยังคงใช้เส้นทางดังกล่าวตลอดมา กระทั่ง เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น


