กรณีนายนนทชัย ราชภูชงค์ และนางนุชนารถ ราชภูชงค์ ภรรยา อยู่ถนนกะโรม ตำบลโพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ซื้อรถกระบะตอนครึ่งที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 โดยวางเงินดาวน์ 1.6 แสนบาท ที่เหลือผ่อนชำระเดือนละ 7 พันบาทเศษ เป็นรถกระบะเครื่องยนต์เบนซิน และได้ติดตั้งระบบแก๊สเอ็นจีวีจากโรงงานผู้ผลิต เมื่อนำมาใช้ประสบปัญหาไม่สามารถใช้ระบบแก๊สได้ หรือบางครั้งทั้งระบบแก๊ส และน้ำมันทำงานพร้อมกัน และไม่สามารถเข้าเกียร์ถอยได้บ่อยครั้ง เข้ามายังศูนย์บริการ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงขอคืนรถ แต่บริษัทไม่รับผิดชอบ จึงร้องขอความเป็นธรรมมายังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 มีนาคม 2559 นายนนทชัยและนางนุชนารถ ราชภูชงค์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า นับเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ที่ตนเองได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งศาลชั้นต้นได้ยกฟ้อง ตนยื่นศาลอุธรณ์ ภาค 8 และมีคำพิพากษาศาลออกมาให้ผู้จัดจำหน่ายเป็นจำเลยที่ 1 และบริษัทผู้ผลิตซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ร่วมรับคืนรถยนต์คันดังกล่าว และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 191,868 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ และร่วมกันชำระเงินค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระแก่ลิสซิ่ง ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ไป โดยหักเป็นค่าใช้ทรัพย์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันทำสัญญาเช่าซื้อไป จนกว่าโจทก์จะส่งมอบรถยนต์ รวมทั้งร่วมกันชำระค่าธรรมเนียมศาลทั้งสองศาลที่โจทก์ได้รับยกเว้นทั้งหมดในนามโจทก์มาวางต่อศาลโดยกำหนดค่าทนายความรวม 8,000 บาท
นางนุชนารถกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้คืนรถคันดังกล่าวให้กับบริษัท ไม่อยากให้บริษัทเอาเปรียบลูกค้า ที่ผ่านมาตนถูกกระทำทั้งถูกข่มขู่ กลั่นแกล้งทุกรูปแบบ ทั่งจอดรถบนถนนหน้าบ้าน ก็ยังถูกตำรวจจับหาว่าติดป้ายใส่ร้ายบริษัททำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ตนก็ไม่ย่อท้อ ความถูกต้องย่อมถูกต้องเสมอ อยากฝากไปยังผู้บริโภคทุกท่าน จะซื้อสิ่งของใดก็ให้ตรวจทานให้ดีทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหา เมื่อเกิดปัญหาแล้วบริษัทมักไม่สนใจ เพราะทางบริษัทจะมั่นใจว่าเขาไม่ผิด

