นายรังสรรค์ บุศย์เมือง นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมฝนหลวงภาคเหนือ ได้เตรียมการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ในการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ในภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด เป้าหมายหลักคือบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในภาคเหนือ และรวมไปถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงของทุกปี ซึ่งปีนี้การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับน้ำฝน ปรากฏว่าฝนไม่ตกตามพื้นที่เป้าหมาย คือฝนตกท้ายเขื่อน,ท้ายอ่างเก็บน้ำ ซึ่งผลกระทบจากฝนไม่ตกตามเป้าหมายทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างกักเก็บน้ำมีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ภาพรวมของธรรมชาติภัยแล้งจะมาเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ดังนั้น ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จึงเริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นทางการวันที่ 1 มีนาคมนี้เป็นต้นไป เริ่มต้นที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงท่าอากาศยานกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ มีเครื่องบินรวม 4 เครื่อง เป็นเครื่องบินชนิดกาซ่า 2 เครื่อง เครื่องบินชนิดซีเอ็น 1 เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ 1 เครื่อง พื้นที่เป้าหมายเช่น จ.เชียงราย, แม่ฮ่องสอน- ลำพูน- ลำปาง-ตากและ จ.พะเยา พื้นที่ลุ่มรับน้ำหรือเป้าหมายประกอบด้วยเขื่อนภูมิพล –เขื่อนสิริกิติ์- เขื่อนแม่งัดสมบูณ์ชล- เขื่อนแม่กวงอุดมธารา -เขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา- เขื่อนกิ่วแม่มอก และแหล่งเก็บกักน้ำ ในส่วนเหนือตอนล่าง ได้เปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 46 พิษณุโลก พื้นที่เป้าหมาย จ. อุตรดิตถ์- แพร่- น่าน- พิจิตร- เพชรบูรณ์- กำแพงเพชร –สุโขทัย จ.พิษณุโลก พื้นที่ลุ่มรับน้ำคือเขื่อนภูมิพล- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน-เขื่อนแม่มอก และแหล่งเก็บกักน้ำ เครื่องบิน 3 เครื่อง แยกเป็นเครื่องบินกาซ่า 2 เครื่อง เครื่องบินปอร์คิงแอร์ 1 เครื่อง สำหรับปฏิบัติการเมฆเย็น

