หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯตรังมั...

ผู้ว่าฯตรังมั่นใจทุจริตเงินช่วยผู้ไร้ที่พึ่งเป็นเรื่องตัวบุคคล

28.02.18 | 11:54 น.

วันที่ 28 กุมภาพนธ์ ภายในห้องแถลงข่าวศาลากลางจังหวัดตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายวสันต์ ถนอมทรัพย์ นายชัชวาล ฉาละบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พ.อ.พิชิต โชติแก้ว รอง กอ.รมน. จังหวัดตรัง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยหนึ่งในประเด็นการแถลงข่าวเป็นการรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่จังหวัดตรังตรวจสอบทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยเบื้องต้นพบพิรุธว่ามีการทุจริต

นายศิริพัฒกล่าวว่า กรณีดังกล่าวขอแยกเป็น 2 ประเด็น คือส่วนที่ดำเนินการถูกต้อง กับส่วนที่มีการร้องเรียนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะดูโทษผู้ที่ละเว้นปฎิบัติหน้าที่ซึ่งนายสัญชาติ อุปนันชัย ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ท. และคณะ เข้าพบตนและคุยกัน โดยยินดีทำงานอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ จะไม่มีการปิดปังหรือช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น ในเบื้องต้นตนไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจริงเท็จอย่างไร แต่ยืนยันกับ ป.ป.ท.ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของตัวบุคคลไม่ใช่เป็นเรื่องภายในระบบจังหวัด อีกทั้งไม่ทราบว่าทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตรังจะรับทราบมาก่อนหรือไม่ แต่ที่ทราบงบดังกล่าวการเบิกจ่ายอยู่ที่ตัวผู้อำนวยการศูนย์โดยตรงเป็นเหมือนกันทั่วประเทศ แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มากแต่อะไรก็ตามเราก็ต้องคิดเป็นระบบ การทำอะไรไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไป

วันเดียวกันเจ้าหน้าที่กลุ่มปราบปรามคดีพิเศษ กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัตตรัง หลังพบว่ามีการทุจริตแอบอ้างชื่ออาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จังหวัดตรัง เบิกจ่ายเงินงบประมาณ และทั้งหมดเป็นคนมีฐานะปานกลาง อาทิ สอบปากคำนางพิมพ์ประภา เอียดการ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของอดีตกำนัน ต.ทุ่งต่อ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มีฐานะแต่อยู่ในบัญชีคนไร้ที่พึ่ง พบมีการใช้เอกสารสำคัญ 2 รายการ ประกอบด้วย ใบสำคัญรับเงิน ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ปลอมแปลงให้เซ็นชื่อรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง จำนวน 2,000 บาท โดยที่ไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด และหลักฐานใบแบบบันทึกข้อมูลผู้ประสบปัญหาทางสังคม ประเภทผู้มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การครองชีพ โดยนักสังคมสงเคราะห์ลงความเห็นในใบบันทึกข้อมูลว่า เห็นสมควรได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 2,000 บาท

นางพิมพ์ประภากล่าวว่า ตนไม่สบายใจที่ถูกเจ้าหน้าที่ใช้ชื่อตนเองไปเบิกเงินเบียดบังคนจน ส่วนตัวทำงานช่วยเหลือสังคมในหลายด้าน มีสวนปาล์มน้ำมัน 18 ไร่ สวนยาง 5 ไร่ รถยนต์ 2 คัน มีลูก 5 คน เสียชีวิตไป 1 คน คงเหลือ 4 คน แต่ทุกคนเรียนหนังสือจบระดับปริญญากันหมดทุกคน เป็นเจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเอกชน ส่งเสียให้ตนเองและสามีใช้จ่ายเงินทุกเดือน เดือนละหลายหมื่นบาท ทำงานช่วยเหลือคนจนมานาน เสียความรู้สึกต่อเรื่องที่เกิดขึ้น อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากพบมีการกระทำความผิดขอให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุด ส่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดตรัง ก็ต้องออกมาเคลียตัวเองให้ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ครั้งนี้ พบมีการแอบอ้างชื่อประชาชนเบิกเงิน ประมาณ 40 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ อพม.จำนวน 25 คน หลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานข้อเท็จจริงเสนอไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ท.เพื่อพิจารณา หากพบว่ามีมูลความผิดก็จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป เพื่อให้คณะอนุกรรมการลงพื้นที่สอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอาผิดต่อไป

Advertisement