ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีประชาชนชาวอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงความไม่ชอบมาพากลของโครงการก่อสร้างสนามกีฬาเทศบาลบางคล้า มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ปล่อยทิ้งรกร้างมาเป็เวลานาน ไม่สามารถใช้งานได้
จากนั้น นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายชูชาติ จั่นทอง นายอำเภอบางคล้า และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย นายวราห์ เขินปฏิยุทธ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายศศิน ดิศวนนท์ นักวิเคราะห์นโยบายชำนาญการ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา นายศรายุทธ ศรีสุนทร รองนายกเทศมนตรีตำบลบางคล้า นายธนากร ปั้นจั่น นายช่างเขียนแบบชำนาญการ กรมพลศึกษา นางณัฐชนก นุ่มนิ่ม ผู้รับเหมาฯ ลงพื้นที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลบางคล้า เพื่อตรวจสอบ หลังมีประชาชนร้องเรียน ว่าโครงการก่อสร้างสนามกีฬาเทศบาลตำบลบางคล้า ไม่ได้มาตรฐานทำให้เทศบาลตำบลบางคล้า ไม่สามารถรับโอนพื้นที่จากกรมพลศึกษาได้และประชาชนที่เคยใช้สนามแห่งนี้ออกกำลังกายก็ไม่สามารถเข้าไปใช้สนามเหมือนก่อนหน้านี้ เป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบสนามกีฬาเทศบาลตำบลบางคล้า มีสภาพที่รกร้าง รอบๆสนามฟุตบอลมีหญ้าขึ้นรกชัด ลู่วิ่งรอบสนามทั้ง 8 ช่องวิ่งเป็นดินลูกรัง มีหญ้าเต็มไปหมด ภายในสนามฟุตบอลหญ้าที่ปลูกไว้แห้งตาย บางจุดมีหญ้าขึ้นสูง ระบบระบายน้ำรอบสนามอุดตัน ส่วนที่พื้นสนามฟุตซอล ในโรงยิมอเนกประสงค์ ชำรุดเสียหาย พื้นโรงยิมส์เหมือนทาสีลอกออกเป็นแผ่นๆ กระจายไปทั่วพื้น ด้านหลัง เป็นห้องพักนักกีฬา และห้องน้ำถูกทุบเสียหาย ภายในห้องยังพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดและถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว กระจายเกลื่อน ส่วนด้านนอกที่เป็นลานคอนกรีต ก็ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะกล่องควบคุมระบบไฟส่องสว่างทั้ง 4 ต้น ที่อยู่โคนเสาก็ ถูกงัดแงะเอาแผงสวิชท์ เบกเกอร์ไปจนเหลือกล่องเปล่าๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามที่มีการร้องเรียนจริง
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างสนามกีฬาตำบลบางคล้า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบประมาณการก่อสร้าง จำนวน 13,000,000 บาท ภายในพื้นที่สาธารณะเทศบาลตำบลบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะดำเนินการถ่ายโอนสนามกีฬาตำบลบางคล้าให้กับเทศบาลตำบลบางคล้า อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้น เทศบาลตำบลบางคล้าได้ดำเนินการตรวจสอบสนามกีฬาที่จะถ่ายโอน ผลปรากฏว่าพบความชำรุดบกพร่องหลายจุด และการก่อสร้างไม่ตรงตามมาตรฐานของสนามกีฬา จึงทำให้เทศบาลตำบลบางคล้าไม่รับการถ่ายโอนสนามกีฬาได้ โดยได้ขอให้กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติก่อนที่จะถ่ายโอนแล้ว แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
นายศรายุทธ ศรีสุนทร รองนายกเทศมนตรีตำบลบางคล้า กล่าวว่า ขณะนี้ ชาวบ้านเข้าใจว่า เป็นโครงการของเทศบาล แต่ในข้อเท็จจริง กรมพลศึกษา เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด เพียงมานำเสนอการก่อสร้างสนามกีฬาให้ได้มาตรฐานให้ เทศบาลเห็นว่า น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชน จึงส่งมอบพื้นที่ไปให้ดำเนินการ และจะส่งมอบพื้นที่คืนให้อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของเทศบาล แต่เมื่อเข้าตรวจสอบสภาพสนามแล้ว ไม่มีความสมบูรณ์หลายเรื่อง สภาพสนามไม่เรียบร้อยโดยเฉพาะลู่วิ่ง เป็นดินลูกรัง สนามฟุตบอลก็ไม่เรียบร้อย คือโดยรวมสภาพก่อนให้กรมพลศึกษาไป มีสภาพดีและพร้อมใช้งานได้มากกว่าที่กรมพลศึกษาทำ เทศบาลพยายามขอแบบแปลนจากกรมพลศึกษามาดู ก็ไม่ดำเนินการให้ เทศบาลทำหนังสือแจ้งให้เข้าดำเนินการแก้ไขพร้อมทวงถามไปหลายครั้งก็ยังเพิกเฉย ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด
นายธนากร ปั้นจั่น นายช่างเขียนแบบชำนาญการ กล่าวว่า กรรมการตรวจรับงาน มี 3 คนคือ นายสุรศักดิ์ หามนตรี นายสุรศักดิ์ ศรีสุขสมวรรณ เป็นกรรมการ และตนเองเป็นประธานตรวจรับงาน ขณะนั้น การก่อสร้างเสร็จสิ้น สมบูรณ์เป็นไปตามแบบที่เขียนไว้ทุกประการ กรมพลศึกษาจึงทำเรื่องแจ้งให้เทศบาลตำบลบางคล้ารับโอน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของทางเอกสารบางอย่างที่ไม่ต่อเนื่อง จึงเกิดความล่าช้าทำให้สภาพสนามเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้สมบูรณ์ โดยเริ่มต้นเดือน มีนาคม นี้ คงจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้เทศบาลตำบลบางค้ลาต่อไป
นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งให้ผู้แทนกรมพลศึกษาฯ เร่งรัดดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุง สนามกีฬาเทศบาลตำบลบางคล้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ให้แล้วเสร็จโดยให้เห็นผลความคืบหน้าเป็นรูปธรรมภายใน 1 เดือน เพื่อจะได้สามารถถ่ายโอนสนามกีฬาดังกล่าวให้กับเทศบาลตำบลบางคล้าเพื่อดูแลและบำรุงรักษาในลำดับต่อไป พร้อมส่งแผนการดำเนินงานซ่อมแซมและปรับปรุงสนามกีฬาฯ รายงานให้จังหวัดทราบ ทั้งนี้ ผู้แทนกรมพลศึกษาฯ รับว่าจะให้ผู้รับเหมาเข้าดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงสนามกีฬาฯ ภายในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม 2561
นายชาธิปกล่าวว่า ส่วรกรณีที่สถานที่ดังกล่าวกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชนนั้นได้สั่งการให้อำเภอบางคล้า ร่วมกับชุดรักษาความสงบเรียบร้อยฯ และสถานีตำรวจภูธรบางคล้า เฝ้าระวังและกวดขันมิให้มีการ มั่วสุมของเยาวชนในสถานที่ดังกล่าว และให้เทศบาลตำบลบางคล้าจัดทำป้ายติดโดยรอบบริเวณ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาในสถานที่ดังกล่าว พร้อมทั้งขอความร่วมมอกรมพลศึกษา แจ้งผู้รับเหมาปิดอาคารห้องควบคุม บริเวณอาคารโรงยิมเอนกประสงค์ เพื่อมิให้เป็นแหล่งมั่วสุม จนกว่าการปรับปรุงและซ่อมแซมสนามกีฬาฯ จะแล้วเสร็จ
“ผมอยากถามว่า คณะกรรมการตรวจรับงาน ตรวจรับไปได้อย่างไร แม้จะอ้างว่า มีภาพถ่ายในขณะนั้น เทศบาลบางคล้า ก็ทำถูกต้องแล้วที่ลงไปตรวจสอบสภาพสนามก่อน จึงปฏิเสธการรับโอนไป เรื่องนี้ คงจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็เข้าดำเนินการเพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น ก็มอบให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบด้วย ส่วนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของทางราชการ ก็คงจะเข้าไปตรวจสอบด้วย ว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจากจุดไหน ใครมีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบบ้าง มีความผิดพลาด บกพร่องอย่างไร งบประมาณที่ใช้จำนวน 13 ล้านบาทเป็นเงินภาษีจากประชาชน สนามกีฬาและสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้ ใช้เงินงบประมาณ 13 ล้านบาทเลยหรือ ใครที่ทำผิดย่อมถูกลงโทษ” นายชาธิป กล่าว

