หน้าแรก ภูมิภาค ตำตา!เลขาฯป.ป...

ตำตา!เลขาฯป.ป.ท.พบโกงเงินคนจนคาตา

28.02.18 | 20:37 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ท. นายทองสุข ณ พล ปปท.4 ขอนแก่น พร้อมทีมงาน และกลุ่มงานป้องกัน ปปท.4 ขอนแก่น เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้งบประมาณโครงการ “เงินช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง” ที่บ้านตูมเหนือ ม.4 ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังจากตรวจสอบเบื้องต้น ว่าหมู่บ้านตูมเหนือ มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ 30 ครอบครัวๆละ 2,000 บาท

โดยเลขาป.ป.ท.ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 132 ม.4 บ.ตูมเหนือ พบกับนางดวงจันทน์ ชูรัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงรวม 5 ครอบครัว ที่มีรายชื่อได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ และนายปรีดา ปัญญาใส ผญบ.ตูมเหนือ มีการนำสำเนาบัญชีรายชื่อผู้รับเงินฯ , สำเนาเอกสารการสำรวจผู้รับเงิน มาให้แต่ละคนดูก่อนที่ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการ ปปท. นายทองสุข ณ พล ปปท.4 ขอนแก่น สอบถามรายละเอียดด้วยตนเอง

นางดวงจันทน์ กล่าวว่า ไม่เคยรู้มาก่อว่าบิดาคือ นายมะลิ เพชรแพง เป็นผู้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ ติดต่อกันมาจนถึงปี 2560 ทั้งที่บิดาเสียชีวิตไปเมื่อ 9 ธ.ค.2557 นอกจากนี้มีการระบุว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ทั้งที่ข้อเท็จจริงนั้นเป็นบ้าน 2 ชั้น มีรถยนต์และเครื่องกลเกษตร ไม่ใช่ครอบครัวยากจน ขณะเพื่อบ้านอีก 4 ราย ก็ยืนยันไม่เคยรับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ แต่เมื่อ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ทุกคนไปร่วมประชุมกลุ่ม และที่ประชุม(ภรรยา ส.อบต.)จัดให้ถ่ายภาพรับเงิน 2,000 บาท โดยไม่ได้รับเงินจริง

นายปรีดา ปัญญาใส ผญบ.ตูมเหนือ กล่าวว่า ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีบัญชีรายชื่อชาวบ้าน ม.4 บ.ตูมเหนือ 30 ครอบครัว ได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯหลังละ 2,000 บาท เข้าใจว่าเป็นเรื่องของกลุ่มฯ จึงไม่ได้เข้าไปติดตามดู พร้อมยืนยันว่าในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ.ตูมเหนือ ไม่เคยรายงานขอรับการช่วยเหลือสงเคราะห์ให้กับ ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และไร้ที่พึ่งไม่แต่ครอบครัวเดียว ไม่รู้รายชื่อนี้เป็นข้อมูลจากส่วนไหน

Advertisement

พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า เดินทางมา จ.ขอนแก่น เพื่อประสานการเข้ามาดูแลนักศึกษา 2 คน ขณะเดินทางมาขึ้นเครื่องที่อุดรธานี เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ของเราอยู่ในพื้นที่ จึงเดินทางมาร่วมตรวจสอบ พบว่ามีบางคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังมีชื่อได้รับการสงเคราะห์ บางคนเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีรายชื่อได้รับเงินสงเคราะห์ เมื่อพบแบบนี้ก็จะต้องตรวจสอบต่อ ทั้งนี้ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ตื่นตัวทำให้ไปที่ไหนก็ได้รับความร่วมมือทำให้ได้รู้ความจริงทั้งจากผู้ปกครองหมู่บ้านที่นำชาวบ้านมาให้ข้อมูล

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการจัดฉากการรับเงิน ที่หมู่บ้านนี้ให้ชาวบ้านถือเงินถ่ายภาพไว้ สำหรับใช้อ้างว่าชาวบ้านได้รับเงินสงเคราะห์จริง เรื่องนี้ทาง ป.ป.ท.จะตรวจสอบลงไปลึกแค่ไหน พ.ท.กรทิพย์ฯ กล่าวว่า ความจริงก็คือความจริง ชาวบ้านได้รับเงินวันไหน ถ้าเขาได้รับเงินวันนี้ก็ยิ่งดี ชาวบ้านเขาจะได้ได้รับเงินจริงๆ แต่ว่าได้รับวันไหนนั้น คือ สิ่งที่เราจะต้องค้นหาต่อไปว่า การได้เงินมาแล้วทำไมถึงเอามาจ่ายวันนี้ วันอื่นทำไมไม่มาจ่าย ยิ่ง ป.ป.ท.ลงมา แล้วพี่น้องประชาชนได้เงินเป็นสิ่งที่ดี เขามีคุณสมบัติที่ได้เขาก็ต้องได้ ส่วนการเดินหน้าเอาผิดเราก็ต้องดำเนินการต่อ ไม่ใช่ว่าพอมาจ่ายเงินแล้ว เราจะไม่ดำเนินการ เราทำตามพยานหลักฐาน

“ การตรวจสอบคงจะไม่ถึงกับตรวจสอบ 100% เราจะสอบชาวบ้านจำนวนหนึ่ง พอให้ทราบถึงวิธีการ เพื่อที่จะได้ว่ามีพฤติการณ์ พยาน หลักฐานให้เพียงพอ พอที่จะสามารถไต่สวนข้อเท็จจริงได้ ตอนนี้เรายังไมได้ไปปรักปรำว่า คนไหนที่ทุจริต เพียงแต่เรานำเสนอคณะกรรมการพิจารณาว่า ตามที่เรามาตรวจสอบ พบพฤติการณ์ พยานหลักฐานอย่างนี้ คณะกรรมการเห็นว่า ควรจะไต่สวนข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าควรก็สั่งไต่สวนข้อเท็จจริง เมื่อเริ่มไต่สวนคนที่เกี่ยวข้องก็สามารถนำพยานหลักฐานมาชี้แจงได้ ว่าเขาบริสุทธิ์อย่างไร เช่นว่าเขาจ่ายเงินไปแล้ว แต่ชาวบ้านอาจจะจำผิด นั่นก็คือข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามขบวนการ เช่นหมู่บ้านนี้มีผู้มีชื่อรับเงิน 30 คน แต่เรียกมาสอบไป 5 คน พบว่าไม่มีใครรู้เรื่องเงินตัวนี้เลย อีกทั้งยังมีคนรับเงินว่าตายไปตั้งนานแล้ว ”พ.ท.กรทิพย์กล่าว