หน้าแรก ภูมิภาค อึ้ง! นายทุนส...

อึ้ง! นายทุนสร้างตึก 4 ชั้นกลางเขาค้อ

1.03.18 | 12:03 น.

วันที่ 1 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และ พ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 28 (ผบ.ม.พัน. 28) กองพลทหารม้าที่ 1 จ.เพชรบูรณ์ ได้เชิญคณะเจ้าหน้าที่ทหาร, ป่าไม้, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง, ผู้บริหาร อบต. และกำนันในเขตพื้นที่ 4 ตำบลของ อ.เขาค้อ ได้แก่ ต.เขาค้อ ต.สะเดาะพง, ต.ริมสีม่วง, ต.หนองแม่นา เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินคดีการก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ 3 หลังของนายทุนบนพื้นที่ราษฎรอาสาสมัคร (รอส.) ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ โดยที่ประชุมได้หยิบยกข้อกฎหมาย อาทิ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507, กฎหมายผังเมืองรวมเพชรบูรณ์ตามกฎกระทรวง และเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดิน รอส. 9 ข้อขึ้นมาพิจารณา เพื่อเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานใหม่ใช้ในการดำเนินคดีกับนายทุนรายนี้อีกรอบ หลังจากกฎหมาย ป.วิ อาญา มาตรา 147 กำหนดให้การดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายเดิมต้องมีหลักฐานใหม่เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังหารือถึงมาตรการที่จะยับยั้งไม่ให้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม โดยนายปกรณ์ได้แจ้งขอความร่วมมือให้ทางกำนันและ อบต.ช่วยกันประชาสัมพันธ์แจ้งให้ชาวบ้านได้ทราบถึงประกาศอำเภอเขาค้อปี 2557 และประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารม้าที่ 1 ปี 2558 ห้ามมิให้มีการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังให้ช่วยตรวจสอบสอดส่ง หากพบให้แจ้งหยุดหรือระงับการก่อสร้าง แต่หากมีการขัดขืนดื้อดึงขอให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ทหารป่าไม้หรือทางอำเภอ เพื่อจะดำเนินการตามมาตรการจากเบาไปหาหนักด้วยการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงแนวทางการอุดช่องโหว่ในข้อกฎหมายที่ฝ่ายนายทุนยกมาใช้ต่อสู้คดีอีกด้วย

ข่าวแจ้งว่าบรรยากาศการประชุมได้เกิดความตึงเครียดขึ้น หลังจากที่ พ.ท.เกียรติอุดมได้กล่าวรายงานถึงข้อมูลภายหลังได้รับทราบคำสั่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง จึงได้ส่งทหารไปตามเก็บข้อมูลจาก รอส.เจ้าของที่ดินรายนี้ที่บ้านวังน้ำคู้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยพบว่ากลุ่มนายทุนกลุ่มนี้ไปถึงก่อนทางทหาร และยังถึงกับต้องอึ้งเมื่อทราบว่าเมื่อปี 2558 รอส.รายนี้ได้แจ้งบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เขาค้อ ว่าได้ร่วมลงทุนกับนายทุนรายนี้และยังทำเอ็มโอยูไว้ด้วย จึงสงสัยว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่ทำไมทางตำรวจจึงไม่มีการคัดค้าน

ขณะเดียวกัน พ.ท.เกียรติอุดมยังยืนยันด้วยว่า หนังสือคำสั่งอัยการสั่งไม่ฟ้องนั้น ทางหน่วยเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่บนเขาค้อ ไม่เคยได้รับเอกสารทั้งที่ฝ่ายทหารเป็นผู้กล่าวโทษและเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ โดย ผบ.ม.พัน.28 ยังระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยกล่าวย้ำกับอดีตนายอำเภอเขาค้อไว้แล้วให้ช่วยทำให้ดีๆ เพราะกรณีนี้เป็นกรณีใหญ่มีระดับบิ๊กทั้งนั้นโทรมาขอให้ช่วยเหลือ ซึ่งได้ตอบปฏิเสธไป สุดท้ายก็ยังมีคำสั่งไม่ฟ้องอีก ซึ่งมาในรูปแบบไหนก็ไม่รู้ ฉะนั้น จึงไม่อยากให้มีใครไปแปลงสารอีก

พ.ท.เกียรติอุดมกล่าวอีกว่า ในการสำรวจเมื่อปี 2560 ยอด รอส. 4 ตำบล มีจำนวน 1,542 คน แต่ถูกเงื่อนไขมีแค่ 490 รายเท่านั้น ในขณะที่ผิดเงื่อนไขจำนวน 1,052 ราย และการที่เรียกรีสอร์ตบ้านพักนอกแปลง รอส.และอยู่ในเขตป่าจำนวน 135 รายมาตรวจสอบ พบว่ามีจำนวน 102 คนที่ไม่ใช่คนเขาค้อ แต่เป็นนักลงทุนหรือบุคคลที่มาจากต่างถิ่นแทบทั้งนั้น มีเพียงส่วนน้อยที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ ฉะนั้น ที่ทุกวันนี้มีการบอกว่าเรารักเขาค้อ ดูแลเขาค้อ คงไม่ใช่ บางคนจบดอกเตอร์มาซื้อที่ดินแล้วบอกว่าไม่รู้ว่าซื้อไม่ได้ คงไม่ใช่ อยากให้ข้อมูลตรงนี้ ซึ่ง 1,000 กว่ารายที่ไม่ใช่คนเขาค้อ แต่มามีที่ดินอยู่บนเขาค้อ

Advertisement

“ในการสำรวจล่าสุดยังพบเพิ่มเติมอีก 191 ราย ที่น่าสนใจก็คือ บ้านพักที่อยู่อาศัยและบ้านพักตากอากาศส่วนใหญ่เป็นราษฎรเขาค้อ โดยเป็น รอส.บ้าง หรือเป็นลูกหลานทายาท รอส.ที่ต้องมาบุกรุกป่าเพื่ออยู่อาศัย สาเหตุหลักๆ ยังพบด้วยว่า รอส.เหล่านี้ได้ขายที่ดินที่ครอบครองไปแล้ว แต่พอเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงไปสำรวจก็จะพูดว่า ไม่เห็นใจกันบ้างเหรอ และยังอ้างเรื่องความยากจนไม่มีที่ดินทำกิน แต่เมื่อมาดูข้อมูลแล้วพบว่าเป็น รอส. มีที่ดินและได้ขายไปแล้ว ถามว่าเห็นใจก็น่าเห็นใจ แต่หากมองอีกมุมจะเห็นใจได้อย่างไร ก็เมื่อให้ไป 20 ไร่ เอาไปขายแล้วก็มาบุกรุกป่าและมาอ้างไม่มีที่ดินทำกิน แล้วจะมาขอใช้ที่ดิน โดยบอกให้คนอยู่กับป่าอีก” พ.ท.เกียรติอุดมกล่าว

ผบ.ม.พัน.28 กล่าวว่า การสำรวจรีสอร์ตบ้านพักที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ป่าในเขตพื้นที่ 4 ตำบลเพิ่มเติมขณะนี้มียอด 191 ราย คาดว่าเมื่อครบกำหนดเวลาสำรวจถึงวันที่ 12 มีนาคมนี้ ยอดน่าจะทะลุ 200 ราย และเมื่อปิดจ๊อบแล้วก็จะรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และในกลุ่มนี้จะไม่เรียกมาคุยแล้ว โดยจะจัดให้ไปอยู่ในกลุ่ม 135 รีสอร์ตที่อยู่นอกแปลงและอยู่ในเขตป่า วัตถุประสงค์การมาประชุมในวันนี้ต้องการจะหยุดตัวเลขเหล่านี้ให้ได้ หากไม่มีมาตรการอะไร ตัวเลขเหล่านี้ก็จะไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกฝายต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายปกรณ์ ตั้งใจตรง พร้อม พ.ท.เกียรติอุดม นาดี และนายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์, พ.ต.อ.หทัยวัฒก์ จารุชัยนิวิฒน์ ผกก.สภ.เขาค้อ, นายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย ปลัดอาวุโสอำเภอเขาค้อ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ปิดห้องประชุมลับหารือถึงแนวทางที่จะดำเนินคดีนายทุนตึกอาคารยักษ์ 3 หลังอีกครั้ง หลังจากอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยเด็ดขาดไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยการประชุมลับดังกล่าวใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเศษจึงเสร็จสิ้น

ต่อมาที่ประชุมได้มอบให้ ร.ต.เอกชัย ดอนนาวิน หน.ชป.ศอป.โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก และนายสมศักดิ์ ชวนชม หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) เข้าพบ พ.ต.ท.วัชรินทร์ อินทรประพันธ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เขาค้อ เพื่อนำหนังสือที่ กห 0483.21/21 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 เรื่องรายงานผลการตรวจสอบพื้นที่มีสิ่งปลูกสร้างให้หน่วยงานในพื้นที่ได้ทราบไปมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ พร้อมแจ้งบันทึกไว้ว่า หากมีหลักฐานเพียงพอและเป็นความผิดตามกฎหมาย จะได้ดำเนินการเข้าสู่กระบวนการร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป