วันที่ 1 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงขมุกขมัว เนื่องจากมีภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนฟุ้งกระจายในอากาศ โดยวันนี้จากข้อมูลสำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 1 พบว่าค่าฝุ่นสะสมสูงสุดที่ อ.แม่แจ่ม ที่ 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนในเขตตัวเมืองเฉลี่ย 87-110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แม้จะยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ก็อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังสุขภาพ
นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเฝ้าระวัง ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยในช่วงนี้เข้าสู่มาตรการ 51 วันไม่เผา เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควันแล้ว สำหรับพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนหรือ Hotspot มากที่สุด คือพื้นที่โซนใต้เป็นส่วนมาก เช่น อ.จอมทอง อ.แม่แจ่ม อ.ฮอด อ.อมก๋อย และ อ.ดอยเต่า ซึ่งมีจุดความร้อนอยู่สูง ส่วนพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ได้แก่ อ.แม่แจ่ม และ อ.สันป่าตอง โดยในปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ตั้งความหวังที่จะลดจุด Hotspot ลงจากปีที่แล้วทั้งหมด 904 จุด ปีนี้เริ่มขึ้นมาที่ 228 จุด โดยปกติภาคเหนือจะรวมประมาณ 5,000 กว่าจุด

ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในห้วงเวลาที่มีการดำเนินการห้ามเผาอย่างเด็ดขาดในช่วง 51 วันนั้น จะมีกิจกรรมและมาตรการรับมือในพื้นที่ต่างๆ อาทิ การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ไว้ในการดับไฟให้พร้อมใช้งาน ทั้งในพื้นที่ชุมชนของแต่อำเภอ อปท. และหน่วยอาสาต่างๆ ที่จะจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ของภาครัฐและภาคประชาชน ประกอบกับในช่วงที่ลาดตระเวนก็จะมีการทำแนวกันไฟควบคู่กันไปด้วย เพื่อสามารถป้องกันไม่ให้เกิดหมอกควันและไฟป่า ขณะเดียวกันจะได้แจ้งให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในทุกพื้นที่ของ 25 อำเภอประกาศเสียงตามสายให้ชุมชนในทุกหมู่บ้านรับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ห้ามเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วง 51 วัน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-20 เมษายน 2561 โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด หากมีผู้ใดก่อให้เกิดไฟขึ้นในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นโทษที่ คสช.ได้ประกาศเพิ่มโทษหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าสงวนฯ และเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และหากเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชุมชน จะใช้ พ.ร.บ.สาธารณสุข ถ้าเผาเกิน 25 ไร่ขึ้นไป ปรับ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท จำคุก 4-20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ชี้เบาะแสการเผาเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด จะมีรางวัลนำจับรายละ 5,000 บาท สามารถแจ้งเหตุได้ที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5311-2236 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารย้อนหลังได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘อากาศบ้านเฮา’


