หน้าแรก ภูมิภาค แม่ค้าผลไม้หา...

แม่ค้าผลไม้หาดเฉวงโอด นักท่องเที่ยวหดหลังเหตุเจ็ทสกียิงกัน แนะปรองดอง ห่วงศก.พัง

1.03.18 | 16:05 น.

แม่ค้าผลไม้บนชายหาดเฉวง เกาะสมุย ครวญผลกระทบจากเหตุเจ็ทสกียิงกันบนชายหาดทำให้นักท่องเที่ยวตกใจ ไม่กล้ามานอนเล่นพักผ่อนตรงจุดเกิดเหตุ ยอดค้าขายไม่ดีขึ้น

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่ชายหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่ามีนักท่องเที่ยวออกมาพักผ่อน นอนอาบแดด เล่นน้ำ ตามชายหาดจำนวนมาก โดยบริเวณจุดเกิดเหตุผู้ประกอบการเจ็ทสกียิงกันก็มีนักท่องเที่ยวออกมานอนแอบแดดเป็นปกติ

เช่นเดียวกับโรงแรมที่อยู่ติดชายหาดต่างน้ำเตียงนอนอาบแดด เก้าอี้ชายหาด มาตั้งบนชายหาดให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อน พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ตามชายหาด ก็ออกมาขายของกันตามปกติ

นางสุภาพร บุษราคัม แม่ค้าผลไม้หาบเร่ บอกว่า ช่วยเกิดเหตุยิงกันได้ส่งกระทบทำให้นักท่องเที่ยวหวาดกลัว กลัวว่าจะลูกหลงจะไปโดน ต่างหอบลูกหอบเต้าพากันวิ่งหลบกระสุน พอเกิดเหตุก็รู้สึกไม่พอใจ ตั้งแต่เกิดเหตุมานักท่องเที่ยวยังไม่กล้ามานอนอาบแแดดตรงจุดเกิดเหตุ

จากเหตุการณ์นี้ตนเองรู้สึกไม่สบายใจกลัวการท่องเที่ยวพัง คนไทยเหมือนกันปรองดองได้ก็อยากให้ปรองดองกัน อย่าตีกัน อย่าทะเลาะกัน

Advertisement

ขณะที่ทีมงานเจ็ทสกีเช่าบนชายหาดเฉวง บอกว่า เหตุการณ์นี้ไม่น่าส่งผลอะไรกับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการก็จะสอบถามราคา สภาพเจ็ทสกีเป็นยังไง ถ้าพอใจก็ใช้บริการ เจ็ทสกีที่พกปืนมาไล่ยิงที่ชายหาดเป็นมาเฟียหรือไม่ ในความคิดเห็นส่วนตัวมันเป็นเรื่องของบุคคลกับบุคคล ต่างจากประเทศที่เจริญแล้วยังมีคนร้ายมาไล่กราดยิงกับประชาชน หรือผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องอย่างนั้นน่ากลัวกว่า ต่างกับเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องขัดแยังของบุคคล และเหตุการณ์นี้คนภายนอกก็เอาไปเรื่องนู้นเรื่องนี้มารวมก้น และมาบอกว่ามีความขัดแย้งในธุรกิจเจ็ทสกีบนชายหาด จริงๆแล้วมันไม่ใช่มันเป็นเรืองของบุคคลสองคน ไม่เกี่ยวกับธุรกิจเจ็ทสกีบนชายหาดทั้งหมด

ส่วนทางด้าน นางนงเยาว์ จิรันดร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเกาะสมุย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้ประกอบการเจ็ทสกีมีปัญหาขัดแย้งกันและใช้อาวุธปืนยิงกันที่ชายหาดเฉวง เกาะสมุย ซึ่งยังไม่มีการส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะสมุยในระยะยาว แต่กระทบบ้างในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งถ้าเราอธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจนี้ก็คาดว่าภายใน 4-5 วันก็จะเป็นปกติ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้อาจจะมีการไม่เข้าใจกันเรื่องผลประโยชน์ การทะเลาะกันไม่อยากจะให้เกิดขึ้น ถ้าคุยกันได้ ตกลงกันได้ ก็ขอให้ใช้วิธีเจรจาพูดคุยกันมากกว่า ควรที่จะปรองดองกัน

และที่สำคัญในช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซัน มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะสมุยมาก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ส่อถึงความไ่มปลอดภัย ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีนักท่องเที่ยวถูกลูกหลงจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะเป็นเรื่องใหญ่ในทันที ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศเสียหายอย่างแน่นอน สำหรับปัญหาที่นักท่องเที่ยส่วนใหญ่ร้องเรียนเกี่ยวกับเจ็ทสกีมายังททท.ก็คือ นักท่องเที่ยวจะสอบถามเกี่ยวกับราคาค่าเช่าเจ็ทสกี และถูกเรียกค่าเสียหายจากเจ็ทสกีชนกันราคาที่สูงเกินความเป็นจริง