คาดเอี่ยวโกงเงินคนจน มีมากกว่า 6 ราย ต้องใช้เวลาตรวจสอบ เพื่อความเป็นธรรมผู้ถูกกล่าวหา

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น คาดมีผู้เอี่ยว ทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์ไร้ที่พึ่งมีมากกว่า 6 คน ต้องใช้เวลาตรวจสอบ เพื่อความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหา

จากกรณีที่ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดโปงขบวนการปลอมแปลงเอกสารการทุจริตเงินสงเคราะห์ โดยเข้าร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช.และ ป.ป.ท. หลังถูก ผอ.ศูนย์คุ้มครองไร้ที่พึ่งขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยโรคเอดส์ สั่งให้ทำการปลอมแปลงเอกสารและปลอมลายมือชื่อตลอดระยะเวลาของการฝึกงานรวมกว่า 2,000 รายชื่อ คิดเป็นยอดเงินรวมกว่า 6,900,000 บาทนั้น ขณะนี้เรื่องที่เกิดขึ้นได้มีการขยายผลในวงกว้างและพบการกระทำผิดของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตามข่าวที่เสนอมาโดยตลอด

วันที่ 1 มีนาคม นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยถึงนิสิตฝึกงานได้เปิดโปงขบวนการปลอมแปลงเอกสารการทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองไร้ที่พึ่งขอนแก่น โดยเฉพาะศูนย์เป็นหน่วยงานส่วนกลาง การสอบสวนนอกจาก ป.ป.ท.เขต 4 ตรวจสอบ จังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบด้วย จึงอยากขอให้เวลาคณะผู้ตรวจสอบมากที่สุดเพื่อความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่ถูกตรวจสอบ
โดยเฉพาะศูนย์ขอนแก่นซึ่งเป็นที่เกิดเหตุต้องตรวจสอบให้แน่ชัดที่สุด เนื่องจากอาจมีบุคคลอื่นๆ มากกว่า 6 คนเข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เพราะอาจเข้าไปยุ่งกับพยานบุคคล พยานเอกสารต่างๆ เมื่อ ผวจ.เป็นผู้กำกับในส่วนภูมิภาคพบเห็นและมีหลักฐาน ก็ต้องดำเนินการเอาผิดทางวินัย เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนตรวจสอบของ ป.ป.ท.ที่มาตรวจสอบในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ท.เขต 4 ที่ได้มาตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว ได้รายงานอย่างไม่เป็นทางการให้ ผวจ.ขอนแก่นทราบ โดยเฉพาะพฤติการณ์ของผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดในการทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองไร้ที่พึ่งขอนแก่นมาโดยตลอด

ดังนั้นเรื่องนี้จึงขอให้มีการสรุปและรายงานอย่างชัดเจนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่ง ป.ป.ท.จะต้องมีหลักฐานในทางดำเนินคดีอาญา ส่วนในเรื่องปกครองก็ต้องมีความผิดในด้านวินัย ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงาน ป.ป.ท.เขต 4 ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าฯขอนแก่นถึงมาตรการในการให้ความคุ้มครองดูแลความปลอดภัยสูงสุดให้กับพยานในเรื่องนี้ด้วย

นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ท.เขต 4 เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ในพื้นที่เขต 4 ว่าได้มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่กระจายลงพื้นที่ตรวจสอบใน 12 จังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งในรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการไต่สวน อย่างไรก็ตาม ทาง ป.ป.ท.เขต 4 ได้มีการรายงานความคืบหน้าให้กับเลขาธิการ ป.ป.ท.ได้รับทราบทุกวัน พร้อมกับการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนให้ทันตามกรอบระยะเวลาที่วางไว้ 6 เดือน

 

บทความก่อนหน้านี้อบจ.นนท์ปลื้มเด็กอนุบาลโชว์ฟุดฟิดฟอไฟ
บทความถัดไปไอเดียขยะอวกาศสร้างบ้านบนดวงจันทร์ คนไทยชนะเลิศ ประกวดกิจกรรมในอนาคต นานาชาติ