หน้าแรก ภูมิภาค เตรียมเปิดเวท...

เตรียมเปิดเวทีค้านประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมาย อีกฝ่ายพร้อมหนุนกรมศิลป์จัดระเบียบ

2.03.18 | 10:58 น.

จากกรณีที่ได้มีชาวบ้านกว่า 300 คนได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านกรมศิลปากรที่จะประกาศให้ตัวเมืองพิมาย เป็นเขตพื้นที่โบราณสถานทั้งเมือง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,658 ไร่ โดยทางกรมศิลปากรอ้างว่าเมืองพิมายได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองโบราณมาแล้วตั้งแต่ปี 2479 แต่ปัจจุบันถูกประชาชนบุกรุกพื้นที่ เข้ามาอยู่อาศัยและก่อสร้างอาคารต่างๆ ทับโบราณสถานเป็นจำนวนมาก เช่น มีอพาร์ตเมนต์สูง 5 ชั้น ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จอยู่ติดกับสระแก้ว หรือบาราย สระน้ำโบราณ โดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร นอกจากนี้ยังมีโรงแรม 50 ห้อง ที่เปิดสร้างบดบังทัศนียภาพของสระโบสถ์ ซึ่งเป็นสระน้ำโบราณเช่นกัน ทำให้ขณะนี้ทางกรมศิลปากรได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีชาวบ้านจำนวน 64 รายในข้อหาบุกรุกโบราณสถาน จึงทำให้มีชาวบ้านกว่า 300 รายลงชื่อเตรียมที่จะยื่นคัดค้านต่อศาลปกครอง

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 กลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านการประกาศขึ้นทะเบียนเมืองพิมายเป็นเขตโบราณสถานทั้งเมือง ได้นัดประชุมเสวนาเกี่ยวกับการประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมหินทราย ข้างสถานีดับเพลิง เทศบาลตำบลพิมาย โดยมีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยร่วมในเวทีเสวนาครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มที่คัดค้านมีความวิตกกังวลว่า หากปล่อยให้กรมศิลปากรประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมายแล้ว จะส่งผลกระทบอย่างน้อย 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1.จากที่เดิมมีโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ชาวบ้านจะกลายเป็นที่ดินสีน้ำตาล 2.การก่อสร้าง ต่อเติมอาคาร ที่เคยมี พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร รวมถึงผังเมืองที่จังหวัดนครราชสีมาดูแล จากนี้ต้องได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร และ 3.อาคารสูงไม่เกิน 2 ชั้น และสูงไม่เกิน 8 เมตร ต้องมีรูปแบบสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจในเขตพื้นที่เมืองพิมายซบเซาลง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะนักลงทุนก่อสร้างโรงแรมต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะไม่มีใครกล้าลงทุนนับจากนี้ไป โดยภายหลังจากการเสวนาแล้วชาวบ้านจะรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมดยื่นต่อศาลปกครองเพื่อคัดค้านการประกาศดังกล่าวต่อไป

ขณะเดียวกันก็ยังมีเสียงของชาวบ้านส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมาย โดยนางเจียว พุ่มพฤกษ์ อายุ 72 ปี อยู่ ต.ในเมือง อ.พิมาย เปิดเผยว่า ตนเองนั้นก็ได้ติดตามข่าวการประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมืองพิมายอย่างใกล้ชิด แต่กรมศิลปากรก็ยืนยันแล้วว่าจะจัดระเบียบเมืองพิมายให้มีความเรียบร้อย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ซึ่งตนเองก็รู้สึกโล่งใจ จึงไม่ได้ไปร่วมลงชื่อคัดค้าน เพราะจะทำให้เสียเวลาทำมาหากินเปล่าๆ

ด้านนางประเสริฐ อารมณ์เพียร อายุ 72 ปี อยู่ ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเองอยู่ที่นี่มานานแล้ว และมีครอบครัว ญาติ พี่ น้อง อยู่ใกล้กันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนอะไร เมื่อทราบข่าวว่าทางกรมศิลปากรจะประกาศให้เป็นเขตโบราณสถาน ก็ไม่ได้คิดว่าจะถูกไล่ที่แต่อย่างใด เพราะเชื่อว่ารัฐบาลก็ต้องมองเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนแน่นอน ดังนั้น จึงไม่ได้ไปร่วมลงชื่อคัดค้านในครั้งนี้ด้วย

Advertisement

ขณะที่นางเล็ก ผลนา อายุ 61 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเองนั้นพร้อมที่จะสนับสนุนให้กรมศิลปากรประกาศเป็นเขตโบราณสถาน เพราะอยากให้เข้ามาจัดระเบียบเมืองพิมายให้มีความสวยงาม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในพื้นที่เมืองพิมายก็จะได้ดีขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงไม่ไปร่วมลงชื่อคัดค้านในครั้งนี้ด้วยแน่นอน