หน้าแรก ภูมิภาค ชาวยโสธรรวมตั...

ชาวยโสธรรวมตัวยื่น 2,000 ชื่อค้านจุดบั้งไฟแค่ปีละครั้ง ชี้ทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่น

2.03.18 | 18:21 น.

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายชัยวัฒน์ ตะเคียน กำนันต.พระเสาร์ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านใน อ.มหาชนะชัย อ.ค้อวัง และอ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือของความเป็นธรรมพร้อมรายชื่อชาวบ้านกว่า 2,000 คนต่อนายพงษ์ศิริ เหมือนชาติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เพื่อขอให้ทางจ.ยโสธรได้ทบทวนแก้ไขและพิจารณาชี้แจงข้อเท็จจริงแนวทางปฏิบัติตามประกาศ จ.ยโสธร เรื่อง มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อย หรือ กระทำการอย่างอื่นใดเพื่อให้บั้งไฟ ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ลงวันที่ 29 กันยายน 2560 ลงนาม โดย นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ในขณะนั้นและประกาศดังกล่าวได้ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษา หน้า 23 เล่ม 134 ตอนพิเศษ 262 ง ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2560

สรุปใจความสำคัญในประกาศดังกล่าวได้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศนี้ คือ การอนุญาตในการจุดบั้งไฟ หรือตะไล ให้นายอำเภอแห่งท้องที่ประกาศกำหนดระยะเวลาในการยื่นขออนุญาตจุดบั้งไฟของแต่ละอำเภอก่อนโดยให้มีระยะเวลาในการยื่นขออนุญาตไม่น้อยกว่า 30 วัน และกำหนดให้วันที่ 31 มีนาคม เป็นวันสุดท้ายในการยื่นขออนุญาต การจุดบั้งไฟกำหนดให้งานระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน กำหนดจัดได้เพียง 1 วัน ต่อปี สรุปว่าการจุดบั้งไฟในระดับตำบลหรือหมู่บ้านจัดได้เพียงตำบลละ 1 ครั้งเท่านั้นและกำหนดให้จุดบั้งไฟขนาดไม่เกิน 5 นิ้ว ให้จุดได้ไม่เกิน 3 บั้ง ขนาดไม่เกิน 3 นิ้ว จุดได้ไม่เกิน 12 บั้ง ในช่วงเวลา 09.00-17.00 น. นั้น

ประเด็นดังกล่าว กลุ่มชาวบ้านมองว่าประกาศข้างต้นป็นการทำลายประเพณีวัฒนธรรมของชาวบ้านที่ได้เคยพากันปฏิบัติสืบทอดกันมาตามความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีขอฝนและความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านที่คอยปกปักรักษาให้ชาวบ้านอยู่ดีมีสุขเรื่อยมา เช่น หลักบ้าน หรือดอนปู่ตาประจำหมู่บ้าน โดยในแต่ละปีชาวบ้านจะต้องมีการจุดบั้งไฟเพื่อถวายพร้อมกับมีการขอฝนร่วมไปด้วย ซึ่งทุกหมู่บ้านก็จะมีการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟในช่วงเดือน 6 เป็นประจำทุกปีอยู่แล้วและในปีนี้พอมีประกาศของจังหวัดยโสธรในเรื่องมาตรการความปลอดภัยในการจุดบั้งไฟออกมา จึงสร้างความไม่สบายใจให้กับชาวบ้านเพราะมีหลายหมู่บ้านที่มีการเตรียมการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟเอาไว้แล้วทั้งมีการจ้างหมอลำ ขอผ้าป่าจากคณะต่างๆเอาไว้หมดแล้ว จึงอาจจะทำให้ชาวบ้านหลายหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนและเสียหายที่สำคัญยังเป็นการกีดกั้นและทำลายประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวบ้านลงอย่างเห็นได้ชัดเจน จึงอยากให้ทางจังหวัดยโสธรได้ชี้แจงทบทวนประกาศพร้อมกับแก้ไขประกาศดังกล่าวเพื่อให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน

นายชัยวัฒน์ กำนันตำบลพระเสาร์ ตัวแทนชาวบ้าน บอกว่าหลังจากที่มีประกาศจังหวัดยโสธรออกมาทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่สบายใจเกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟของแต่ละหมู่บ้านเพราะใน 1 ตำบลสามารถจุดบั้งไฟได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ทั้งๆที่การจุดบั้งไฟของชาวบ้านจะมีทุกหมู่บ้านเมื่อถึงเดือน 6 ของทุกปีเพราะเป็นประเพณีความเชื่อของชาวบ้านที่ได้พากันยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษแต่เมื่อมีประกาศห้ามจุดบั้งไฟตามหมู่บ้านต่างๆจึงทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่สบายใจจึงได้พากันรวมตัวกันเข้ามายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในครั้งนี้

นายพงษ์ศิริ เหมือนชาติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ได้เป็นตัวแทนจังหวัดยโสธร เข้าไปเจรจาและทำความเข้าใจกับกลุ่มชาวบ้านพร้อมกับชี้แจงว่า ตนเองเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านดีเนื่องจากประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประเพณีความเชื่อที่ชาวบ้านทุกหมู่บ้านในยโสธรได้พากันยึดถือและปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่เมื่อมีประกาศจังหวัดยโสธรออกมาและได้ประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรได้ในขณะนี้ แต่ตนก็รับปากกับชาวบ้านว่าจะได้หารือกับนายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ในโอกาสต่อไปเพื่อจะได้หาทางออกให้กับชาวบ้านว่าจะสามารถดำเนินแก้ไขได้อย่างไรต่อไป

Advertisement