ผู้สื่อข่าวรายงานตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 2 มี.ค. ได้มีการทำพิธีอัญเชิญองค์พระและเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว รวม 25 องค์ ขึ้นเกี้ยวออกจากศาลเจ้าเล่งจูเกียง แห่ไปรอบๆ ชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี จากนั้นได้มีการแห่เกี้ยวเจ้าแม่ฯและองค์พระลงน้ำว่ายข้ามฝั่งแม่น้ำปัตตานี บริเวณเชิงสะพานเดชานุชิต เพื่อเป็นการรำลึกถึงองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองจีนมาตามหาพี่ชายที่เมืองปัตตานี ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เคารพศรัทธาได้สักการบูชาเสริมความสิริมงคล ทั้งเรื่องการค้าขายและประกอบกิจการอาชีพต่างๆ ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งแต่ละบ้านจะมีการตั้งโต๊ะเส้นไหว้และเครื่องบูชา โดยมีนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี ตลอดจนบรรดาผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในองค์เจ้าแม่ฯ ต่างรอต้อนรับขบวนแห่พระต่างๆ กันจำนวนมากจนเนืองแน่นเต็มสองฝากฝั่งถนน ล้นไปจนถึงบนสะพาน เพื่อรอดูการแห่เกี้ยวว่ายข้ามฝั่งแม่น้ำปัตตานี พร้อมไปกับการจุดปะทัดกว่า 1 ล้านนัด เสียงดังสนั่นไปทั่วเมือง ทั้งนี้ถือเป็นการปัดเป่าเอาสิ่งไม่ดีงามและเรื่องร้ายต่างๆ ให้ผ่านพ้น เพื่อให้เกิดความสงบสุข ความสันติสุขในพื้นที่ เนื่องจากห้วงที่ผ่านมามีเหตุร้ายและความพยายามก่อเหตุต่างๆ ของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง
และในเวลา 15.30 น. ได้มีการแห่เกี้ยวเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและองค์พระต่างๆ กลับมารวมกันที่บริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง เพื่อทำพิธีลุยไฟ แสดงอิทธิฤทธิ์ในการควบคุมความร้อนจากกองไฟให้ผู้ร่วมงานได้ศรัทธาเลื่อมใส่ ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ทำขึ้นเพื่อการชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ จากสิ่งไม่ดี สิ่งสกปรกทั้งหลาย โดยการจัดงานในปีนี้ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสชาวไทยเชื้อสายจีนจากในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากหลากหลาย ทั้งจากกรุงเทพฯ และประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ จำนวนมากเดินทางมาจองที่พักตามโรงแรมต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อร่วมทำกิจกรรมอันมหากุศลต่างๆ หลายคนยังถือกฤษ์เริ่มต้นการดำเนินธุรกิจ การดำเนินชีวิตใหม่ ให้ดีสดใสยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยการขอปวารณาตนเป็นลูกหลานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและร่วมถือศีลกินเจ ก่อนจะร่วมแบกเกี้ยวเจ้าแม่ฯ ลุยไฟ เป็นการพิสูจน์จิตใจอันแน่วแน่ ด้วยความศรัทธาและพร้อมเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันใหม่

นายสิรภพ ดวงสอดศรี อายุ 55 ปี กล่าวว่าเพิ่งหามเกี้ยวเจ้าแม่ฯ ลุยไฟเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นเปลวไฟก็มีความรู้สึกตื่นเต้น แต่ไม่ได้กังวนใจใดๆ เพราะตนเองมีความตั้งใจอันแรงกล้าว่ามาในฐานะลูกหลานที่มีความเลื่อมใสศรัทธาและตนเองก็มีความผูกพัน ตั้งแต่เล็กๆ จำได้ว่าเรียนและวิ่งเล่นอยู่ที่โรงเรียนแถวมัสยิดกรือเซะ เป็นบริเวณเดียวกับที่ตั้งสุสานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวด้วย อีกทั้งตนเองก็เป็นคนในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ไปศึกษาเล่าเรียนจนจบและทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ กว่า 30 ปี ด้วยความเคารพศรัทธาต่อองค์เจ้าแม่ฯ จึงถือโอกาสตัดสินใจกลับมาร่วมถือศีลกินเจและหามเกี้ยวองค์เจ้าแม่ฯลุยไฟในครั้งนี้ สำคัญอีกอย่างคือ การได้มีโอกาสหามเกี้ยวเจ้าแม่ฯลุยไฟ ก็เป็นอัตลักษณ์หนึ่งที่แสดงได้ถึงความกตัญญูเหมือนดังชื่องานปีนี้ว่า “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว”

นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศบาลเมืองปัตตานี กล่าว่าบรรยากาศงานมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” ประจำปี 2561 ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียงถือว่าคึกคักกว่าปีที่ผ่านๆ มา ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นตามพื้นที่อำเภอรอบนอกใกล้เคียงช่วงก่อนนี้ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนและนักท่องเที่ยวที่มีความศรัทธา ทั้งที่มาจากส่วนกลาง หรือนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ถือว่าเดินทางมามากกว่าปีที่ผ่านมามาก ทำให้ช่วยมองภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดไปในทางที่ดีขึ้นตามไปด้วย เพราะการที่มีบรรดาผู้คนมากมายเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ก็ต้องมีการจับจ่ายซื้อของ ทั้งที่พักตามโรงแรม หรือร้านค้า ร้านอาหาร ก็พลอยมีรายได้จากการจับจ่าย โดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหารคือตัวชีวัดอย่างเห็นได้ชัด เพราะจากที่มีการจับจองห้องพักและร้านอาหารจนเต็มตลอดช่วงจัดงาน ยังเป็นการแสดงว่ามีผู้คนจากต่างถิ่นเข้ามาในพื้นที่กันจำนนวนเยอะด้วย นอกจากนี้ยังมีการประกวดเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 1 ซึ่งก็เป็นอีกกิจกรรมในการเสริมสร้างภาพการท่องเที่ยวท่าหลากหลาย ซึ่ง จ.ปัตตานีมีศักยภาพอยู่แล้ว




