หน้าแรก ภูมิภาค พบอัยการสั่งไ...

พบอัยการสั่งไม่ฟ้องอีก 3 คดี รีสอร์ต-ตึกยักษ์ รุกป่าเขาค้อ

3.03.18 | 14:56 น.

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทางคณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ พยายามหาช่องกฎหมายเพื่อจะรื้อฟื้นคดีนายทุนสร้างตึกยักษ์บนแปลงที่ดินราษฎรอาสาสมัคร(รอส.)บ้านส่งคุ้ม หมู่ 12 ต.เขาค้อ ซึ่งอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องเพราะหลักฐานไม่พอ จนนายทุนใช้เป็นข้ออ้างเดินหน้าก่อสร้างต่อ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่สั่งระงับ ล่าสุดมีรายงานจากแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกครอบครองพื้นที่ป่าเขาค้อ กองทัพภาคที่ 3 ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ ระบุว่า นอกจากคดีตึกอาคารยักษ์ 4 ชั้น 3 หลัง นายทุนใช้แทคติคร่วมลงทุนกับ รอส.เจ้าของที่ดินขึ้นหักล้างข้อกล่าวหาบุกรุกป่า ทำให้ขาดเจตนาการกระทำผิดและหลุดคดีไปได้นั้น ยังมีอีก 3 คดีที่คณะเจ้าหน้าที่ร่วมจับกุมพร้อมๆ กับรายตึกยักษ์เมื่อราวปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่าทางพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อมีความเห็นไม่ควรฟ้อง ต่อมาทางอัยการหล่มสักมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องเช่นเดียวกันทั้ง 3 คดี


แหล่งข่าวจากคณะเจ้าหน้าที่เผยว่า ในจำนวน 3 คดีดังกล่าวนั้น คดีแรก ร.ท.พิสิษฐ์ พระเรียง อดีต หน.ศอป.ชป.โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก พร้อมเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ร่วมกันจับกุมรีสอร์ตบุกรุกป่า และอยู่ในแปลง รอส.ข้างเคียงกับบริเวณก่อสร้างตึกอาคารยักษ์ 3 หลัง โดยพบตู้คอนเทนเนอร์ทำเป็นบ้านพักตากอากาศและบ้านพักคนงาน ห้องน้ำจำนวนหลายรายการ และเนื้อที่บุกรุก 9 ไร่เศษ มี น.ส.ฐิติรัตน์ โตสกุณีย์ เป็นผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นไม่ควรสั่งฟ้อง ต่อมาอัยการหล่มสักมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง โดยวินิจฉัยว่า น.ส.ฐิติรัตน์ร่วมลงทุนกับนางทิ้ง อ้นชาวนา รอส.ซึ่งได้รับการจัดสรรที่ดินจากกองทัพภาคที่ 3 ให้ทำกิน การที่ผู้ต้องหาก่อสร้างอาคารที่พักตากอากาศ, บ้านพักคนงาน ฯลฯ จึงเป็นการขาดเจตนาบุกรุกก่อสร้างแผ้วถางป่าตามข้อกล่าวหา

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ส่วนอีกคดีคณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมสิ่งปลูกสร้างบุกรุกพื้นที่ป่า บริเวณบ้านส่งคุ้ม ใกล้เคียงตึก 3 ชั้นเช่นกัน พบมีการปรับไถที่ดินเพื่อเตรียมปลูกชาอู่หลง และลำห้วยถูกปิดกั้นจำนวน 3 จุด มีนายสุรจิต ชื่นสกุลทิพย์ เป็นผู้ต้องหา พนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อส่งสำนวนให้อัยการโดยมีความเห็นไม่ควรฟ้อง ต่อมาอัยการหล่มสักได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องเช่นกัน เพราะผู้ต้องหาใช้แทคติคเดียวกันกับคดีตึกยักษ์ โดยอ้างร่วมลงทุนกับนางสุด ใฝ่เพชรดี รอส.เจ้าของที่ดิน จึงทำให้ขาดเจตนาบุกรุกป่าตามข้อกล่าวหา

Advertisement

แหล่งข่าวรายนี้ยังกล่าวอีกว่า สำหรับคดีที่ 3 หลังคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการบุกรุกป่าบริเวณบ้านส่งคุ้ม พบมีการก่อสร้างบ้านพักอาคาร 6 หลังและห้องน้ำ จึงตรวจยึดโดยฝ่ายทหารเป็นผู้เสียหายเข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ มีนางทองคำ บริรุ่งมงคล เป็นผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการและมีความเห็นไม่ฟ้อง ต่อมาพนักงานอัยการได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องเช่นกัน โดยผู้ต้องหาอ้างเป็นญาติกับ รอส.เจ้าของที่ดินได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง จึงขาดเจตนาตามข้อกล่าวหาอีก