เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ศิริรัตน์ พุ่มดวง” ได้ไลฟ์สดภาพรถแบคโฮ กำลังตักทรายในคลองกลาย ที่อยู่ระหว่าง ม.1 และ ม.2 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช โดยบอกกล่าวถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านที่อยู่สองฟากของคลองกลาย ทำให้เกิดการแชร์และแสดงความเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะจะส่งผลให้ริมตลิ่งพังลงมา ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ซึ่งก่อนนี้น้ำเคยท่วมคลองกลาย ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน เหตุเพราะมีการนำแร่มากองไว้กลางคลอง เป็นการปิดกั้นทางน้ำทำให้น้ำไม่สามารถไหลระบายได้ทัน ตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีการลักลอบดูดทรายจากคลองกลายเป็นจำนวนมาก เป็นพื้นที่ยาวจาก อ.นบพิตำ จนถึงอ.ท่าศาลา ก่อนออกสู่ทะเลอ่าวไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการไลฟ์สด ได้บรรยายถึงความเดือดร้อนทำนองว่า “เดือดร้อนมาเป็นเวลาหลายปี ต้องนอนผวาในฤดูน้ำหลาก เพราะตลิ่งพังเป็นประจำทุกปี ปลายปี 2560 พังใกล้ถึงกำแพงบ้านแล้ว ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนทุกหน่วยงาน แต่ไม่มีผลตอบรับ แถมยังมีการขุดทรายกันตลอดทั้งปีทั้งกลางวันและกลางคืนสร้างความเดือดร้อน ทั้งฝุ่น ทั้งเสียง รบกวนชาวบ้านอย่างหนักตลอดมา จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านในพื้นที่”
สำหรับกองทรายกลางคลองกลาย ซึ่งเป็นจุดที่ไลฟ์สด ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 และ ม.2 ต. นบพิตำ อ. นบพิตำ นครศรีธรรมราช เป็นจุดแรกๆ ของผลกระทบจากการสไลด์ของริมตลิ่งในพื้นที่ ต.นบพิตำ เพราะเริ่มมีให้ขุดทรายแบบเปิดสัมปทานรัฐ คือ มีการขอสัมปทานอย่างถูกต้องในการประกอบการขุดทรายในเชิงพาณิชย์โดยไม่มีการสำรวจผลกระทบที่ตามมาต่อชุมชนและระบบนิเวศตลอดคลองกลาย สร้างความเดือดร้อนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
นายยุทธ (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองกลาย เปิดเผยว่า พอถึงช่วงหน้าแล้ง ทรายในคลองกลายจะโผล่ให้เห็น ทำให้มีผู้ประกอบการบ่อทรายหลายราย เร่งลงมือขุดทราย บรรทุกใส่รถออกมาจากพื้นที่ เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าตามใบสั่ง ไปดูได้เลย ตลอดคลองกลายไปจนถึง อ.ท่าศาลา มีรถตักทรายวิ่งทั้งวันทั้งคืน ตนไม่ได้คัดค้าน แต่มองว่าคนเหล่านี้เห็นชาวบ้านเป็นตอไม้ นึกจะทำอะไรก็ทำ พวกเขาไม่รู้ว่าการขุดทรายจะมีผลกระทบอะไรกับชาวบ้านบ้าง
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อว่าที่ ร.ต.อุทัย ทาบทอง นายอำเภอนบพิตำ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง ซึ่งขอเวลาตรวจสอบก่อนจะแจ้งให้ทราบต่อไป



