พล.อ.อนันตพร หาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดสถานธนานุเคราะห์ (โรงรับจำนำของรัฐ) สาขาที่ 37 ที่ ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ว่า การเปิดสถานธนานุเคราะห์ เป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าด้านการเงิน การดำรงชีพและการประกอบอาชีพ ซึ่งจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้โอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของภาครัฐ ลดความเหลื่อมล้ำลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยสถานธนานุเคราะห์มีทั้งหมด 38 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯจำนวน 29 แห่ง ปริมณฑล จำนวน4 แห่งได้แก่ จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และส่วนภูมิภาค 5 แห่งได้แก่ จ.ระยอง 2 แห่ง จ.ลำพูน 1 แห่งจ.อุดรธานี 1 แห่งและจ.สุราษฎร์ธานี
” การเปิดแห่งที่ 37 ที่จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีประชากรหนาแน่นประชาชนมีความต้องการที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนภาครัฐเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าปีแรกจะมีผู้มาใช้บริการไม่น้อยกว่า 6,000 ตั๋ว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 90 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้เปิดบริการประชาชนมาแล้ว4เดือน มีผู้มาใช้บริการมูลค่าจำนำกว่า 70 ล้านบาทถือว่าประสบความสำเร็จในการเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริงโดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดร้อยละ 25 สตางค์ต่อเดือนในวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท ” พล.อ.อนันตพร กล่าว
พล.อ.อนันตพรกล่าว กรณี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจพบความผิดปกติการเบิกจ่ายงบประมาณสงเคราะห์ช่วยเหลือยากไร้ในหลายจังหวัดของหน่วยงานในสังกัด พม.ว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด เพราะเป็นเงินของประชาชน

