เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีพบกวางป่าถูกสุนัขรุมกัดตามขาหลังและลำตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ชาวบ้านไปพบนอนซมอยู่ในป่าชุมชนหลังฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าหนองปลาซิว ม.7 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้เข้าให้การช่วยเหลือกวางป่าเพศเมีย อายุประมาณ 2 ปีเศษ หนัก 150 ก.ม. ที่ขาซ้ายมีบาดแผลจากคมเขี้ยวของสุนัขหลายแห่ง นำยาใส่แผลสดรักษาอาการเบื้องต้น แล้วนำกวางป่า ไปไว้ที่ฐานปฏิบัติการฯ เพื่อรอสัตวแพทย์ มารักษา นั้น ล่าสุดกวางป่าได้ตายแล้ว
ต่อมา นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน นายอำเภอท่าตะเกียบ พร้อมด้วย สพ.ญ.กมลสิริ โพธิเดช นายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ นายชาลี เม่นขำ หน.ฐานฯ นายสมบูรณ์ แซ่โก ผญบ.ม.7 อ่างเสือดำ นายปัญญา วาจาดี ผญบ.ม5 บ้านหนองปรือกันยาง ต.ท่าตะเกียบ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เดินทางไปร่วมกันพิสูจน์ซากกวางป่า โดยสัตวแพทย์จากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระยกคู่ ได้ทำการผ่าซากกวางป่าที่ช่องท้อง พบอวัยวะภายใน เช่น ม้าม ตับ กระเพาะ บางจุดฉีกขาด บริเวณด้านซ้ายจากช่องท้องไปจนถึงสะโพกขาหลังซ้าย ถูกกระแทกอย่างแรง สาเหตุการตายเนื่องจาก อวัยวะภายใน ไม่ทำงาน หลังผ่าพิสูจน์แล้ว ได้นำซากกวางป่า ไปฝังไว้ในป่าชุมชน ด้านหลังฐานปฏิบัติการป่าไม้หนองปลาซิว
นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน นายอำเภอท่าตะเกียบ เปิดเผยว่า สัตวแพทย์ได้ลงความเห็นของสาเหตุการตายคือ ไตวายเฉียบพลัน อีกทั้งอวัยวะภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ส่วนจะเกิดจากสาเหตุใดนั้น คงชี้ชัดไม่ได้ แต่จากการประเมินจากร่องรอยที่บอบช้ำของกวางป่าแล้ว คงมีเหตุเดียวคือ อาจจะถูกรถชน ซึ่งน่าเสียดายมาก
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานกับหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน แล้ว โดยประชาสัมพันธ์ผ่านไปยังท้องถิ่น และกำนัน ผญบ.ไปยังผู้ใช้เส้นทาง ให้ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะเกิดอันตรายกับสัตว์ป่าและตัวเอง


