ข้าราชการสาว อบต.สุดทนร้องสื่อ ถูกเพื่อนข้าราชการร่วมงานปลอมลายเซ็นต์เบิกรับเงินแทน คาดอาจมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน แจ้งความเรื่องเงียบหาย แถมถูกข่มขู่ตลอด วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากนางพรไพลิน ทิพสุธันย์ อายุ 43 ปี ตำแหน่งเจ้าพนักงานสุขาภิบาล ชำนาญงาน กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนตำบลบางไผ่ (อบต.) อ.เมืองนนทบุรี ว่า คดีไม่มีความคืบหน้า หลังจากแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ให้ดำเนินคดีกับ เพื่อนข้าราชการรายหนึ่งที่นำเอาบัตรประจำตัวข้าราชการไปปลอมแปลงลายเซ็นเพื่อรับเงินค่าวิทยากร เป็นการบรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับการล้างมืออย่างถูกวิธี เหตุเกิดขึ้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลบางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
นางพรไพลิน เปิดเผยว่า ขณะที่ตนดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชนสังกัดกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองบางกรวย เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 59 ตนได้ถูกเพื่อนร่วมงานเอาบัตรประจำตัวข้าราชการไปเบิกเงินและมีการเซ็นชื่อรับเงินค่าใช้จ่ายแทนในการเบิกค่าวิทยากร สอนนอกสถานที่ ที่ อบต.บางคูรัด ยอดเงินจำนวน 1,200 บาท ซึ่งตนมาทราบเรื่องก็ตอนที่รุ่นน้องซึ่งทำงานอยู่ที่ อบต.บางคูรัด โทรมาบอกกับตนว่า มีคนมาเซ็นชื่อรับเงินแทน เมื่อตนทราบเรื่องจึงได้เดินทางไปที่ อบต.บางคูรัด เพื่อยืนยันแสดงตัวตนว่า พรไพลิน เป็นคนนี้ หลังจากนั้นตนจึงได้ขอเอกสารทั้งหมดมาดู เพื่อตรวจดูก็พบว่ามีการใช้บัตรประจำตัวข้าราชการของตน และได้มีการปลอมลายเซ็นต์หรือลายมือของตน ในการรับเงินค่าวิทยากร จากนั้นจึงได้ไปแจ้งความที่โรงพักบางบัวทองเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นในการเบิกจ่ายรับเงินด้วย แต่คดีความก็ไม่มีความคืบหน้า แต่อย่างใด
เมื่อทวงถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีก็ได้แต่บอกเพียงว่ากำลังดำเนินการอยู่ รอเอกสารการพิสูจน์ลายเซ็นต์ จนเวลาได้ผ่านล่วงเลยมากว่า 1 ปีแล้ว เรื่องคดีก็ยังไม่คืบหน้า พอสอบถามไป ร้อยเวรเจ้าของคดีก็บอกกับตนว่า อยากจะทำอะไร ก็เชิญทำไป
นางพรไพลิน เปิดเผยต่ออีกว่า หลังจากที่ตนแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ตนถูกข้าราชการการเมืองในพื้นที่และข้าราชการประจำบางกรวย เรียกตัวไปพบเพื่อให้ถอนแจ้งความให้เรื่องนี้ยุติลง พอตนไม่ยอมถอนแจ้งความ ก็จะกลั่นแกล้งตนสารพัดทุกอย่าง จนถึงขนาดให้ลูกน้องเอาอาวุธปืนมาวางข่มขู่ที่โต๊ะทำงานตน ต่อหน้าตน ว่าให้จบเรื่องแต่ตนไม่ยอม เพราะเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง มันเป็นการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ
นอกจากนี้ตนยังได้ทำหนังสือร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถึง นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในขณะนั้น โดยที่เรื่องการเบิกจ่ายเงินค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่างๆ ตนเห็นว่า น.ส.พิมพ์วไล และทีมงาม มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางการทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ เพราะคนตายไปแล้ว ก็ยังมีการเบิกค่าป่วยการ แต่เรื่องก็เงียบไป ไม่มีการตรวจสอบใดๆทั้งสิ้น ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สตง. ปปท. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าตรวจสอบว่าคดีความไม่คืบหน้าเพราะอะไร การเบิกจ่ายเงินทั้งหมดในเรื่องที่เกิดขึ้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

