ไวยาวัจกรนำชาวบ้านไล่เจ้าอาวาส กล่าวหา”เงิน 7 แสนหาย-สีกา”

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่บริเวณด้านหน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เงิน ตำบลบางมัญ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ได้มีชาวบ้านกว่า 50 คน นำโดยนายจรินทร์ จันทร์แสง ไวยาวัจกรวัดโพธิ์เงิน เดินทางมาชูป้ายขับไล่พระมหาถาวร ถาวโร เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ขอให้เจ้าอาวาสออกมาชี้แจงเรื่องราวและข้อสงสัยต่างๆที่เกิดขึ้นภายในวัด

โดยนายจรินทร์ ได้นำเอกสารการเบิกจ่ายเงินของวัดมาแสดง พร้อมขอคำชี้แจงถึงเงินจำนวนกว่า 700,000 กว่า ที่หายไปจากบัญชี เงินรายได้ที่มาจาก งานกฐิน ผ้าป่า ค่าเช่านา และเงินบริจาค ก็ไม่ทราบว่าไปไหนหมด นอกจากนี้ยังพฤติกรรมสงสัยในเชิงชู้สาว ช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีหญิงสาวเข้ามาดูแลกิจการภายในวัด เช่นดูแลงานกฐิน งานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน งานสอยดาว บางครั้งก็เข้ามาอยู่ในกุฏิเป็นเวลานานๆ มีผู้พบเห็นเป็นประจำ มีการมอบอำนาจให้หญิงคนดังกล่าว เป็นผู้นำเงินไปฝาก และซื้อของเข้าวัด โดยที่ไม่เปิดเผยและไม่สามารถตรวจสอบราคาได้ นอกจากนี้ยังได้ทำการตัดต้นไม้ใหญ่ภายในวัดจนแทบหมด ต้นไทรขนาดใหญ่ถูกตัดจนแห้งตาย เมื่อชาวบ้านสอบถามก็บอกว่า เป็นการตัดแต่งกิ่ง โต๊ะม้าหินอ่อนที่มีกว่า 50 ชุด ที่มีไว้ให้ญาติโยมได้นั่งพักผ่อน ก็ถูกเจ้าอาวาสนำไปขายจนหมดสิ้น และอีกหลายพฤติกรรมที่ชาวบ้านไม่สามารถรับได้ ทั้งการใช้วาจาที่ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมกับสมณเพศ ชาวบ้านจึงขอให้เจ้าอาวาสออกมาชี้แจง และตอบข้อคำถามทั้งหมด
ฝ่ายเจ้าอาวาส ก็มีผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งอยู่ด้านหน้ากุฏิเช่นกัน จึงเกิดการโต้เถียงกันไปมาอย่างมีอารมณ์ มีการด่าทอกัน ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพระผู้ใหญ่เข้ามาห้ามปราบ ชาวบ้านจึงยื่นหนังสือพร้อมเอกสารต่างๆให้พระครูสุนทรพัฒนาลังการ เจ้าคณะตำบล เขต 1 ตรวจสอบและขอคำชี้แจง

ด้านพระมหาถาวร ถาวโร เจ้าอาวาสวัดที่ถูกกล่าวหา ได้เปิดเผยว่า ทุกเรื่องที่กล่าวหานั้น สามารถตอบได้หมดทุกเรื่อง มีทั้งพยาน หลักฐาน เรื่องผู้หญิงที่มาหาในกุฏินั้น พระเณรในวัดก็ทราบว่า อาตมาไม่ได้นอนอยู่ลำพัง มีพระนอนอยู่ด้วยกันเป็นประจำ ส่วนต้นไม้ที่ตัดนั้น เพราะเห็นว่าอยู่ใกล้โบสถ์ เกรงว่าจะล้มมาทำโบสถ์ อาจจะเกิดความเสียหายได้ และที่ไม่ได้ชี้แจงให้ชาวบ้านทราบในวันนี้ เพราะได้ชี้แจงให้เจ้าคณะตำบลและพระผู้ใหญ่ทราบแล้ว ชาวบ้านที่มาขับไล่เป็นเพียงส่วนน้อยที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง

ด้านพระครูสุนทรพัฒนาลังการ เจ้าคณะตำบล เขต 1 กล่าวว่า เรื่องทั้งหมด ได้รับเรื่องและแจ้งให้พระผู้ใหญ่ทราบแล้ว ขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบ ขอให้ชาวบ้านใจเย็นๆ ทุกอย่างมีขั้นตอน การกล่าวหาต้องมีพยานและหลักฐาน ในวันที่ 17 มีนาคม ที่จะถึงนี้ พระมหาถาวร จะออกมีชี้แจงและรับรองได้ว่า จะได้ข้อสรุปที่เป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน เมื่อได้รับการชี้แจง ชาวบ้านจึงพอใจ แยกย้ายกันกลับไป แต่ก็จะนัดกันมารวมตัวอีกครั้งในวันที่ 17 มีนาคม เพื่อฟังผลการตรวจสอบเจ้าอาวาสครั้งนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผบ.ทบ.ชี้ ธนาธร-ปิยบุตรมีสิทธิตั้งพรรค ส่วนจะได้รับเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นกับประชาชน(คลิป)
บทความถัดไปพิเชษฐ สถิรชวาล ยื่นจองชื่อ’พรรคประชาธรรมไทย’ ชู แก้3จังหวัดชายแดนใต้