หน้าแรก ภูมิภาค ส.อบจ.ตรัง จ่...

ส.อบจ.ตรัง จ่อยื่นป.ป.ช.สอบ ‘นายกฯอบจ.’ ใช้เขตหวงห้ามบน’เกาะลิบง’สร้างท่าเรือนาเกลือ

9.03.18 | 22:19 น.

ส.อบจ.ตรัง เตรียมรวบรวมหลักฐาน ชง ปปช.ตรวจสอบท่าเรือนาเกลือ ยัน “นายกอบจ.” ต้องรับผิดชอบ

วันที่ 9 มีนาคม ที่จังหวัดตรัง ด.ต.ชัยวัฒน์ เส้งนุ้ย สมาชิกสภาจังหวัดตรัง เขต 4 อำเภอเมือตรัง กล่าวว่า หลังจากที่ตนมีข้อสอบถามมายัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ถึงที่ดินอันเป็นที่ตั้งท่าเทียบเรือนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ตรัง ว่า ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรังหรือไม่นั้น ต่อมาทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง มีหนังสือตอบมาว่า ท่าเทียบเรือนาเกลือตั้งอยู่ภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ด.ต.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ ทางกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ต้องการที่จะมาก่อสร้างท่าเทียบเรือให้กับจังหวัดที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน โดยมุ่งเน้นความพร้อมของท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน ดังนั้นอบจ.ตรังจึงได้จัดหาซื้อที่ดินใช้งบประมาณกว่า 30 ล้าน เป็นเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 และ น.ส.3ก. แต่มีปัญหาเรื่องการได้มาซึ่งที่ดิน ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ที่ผ่านมา ตนตั้งกระทู้สอบถามในสภาฯแต่ฝ่ายบริหารไม่ยอมรับ มีการบ่ายเบี่ยง กระทั้งมีการตรวจข้อมูลแน่ชัด ว่าท่าเรือนาเกลือตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ตนมีความจำเป็นในการรวบรวมข้อมูล หลักฐานต่างๆ ร้อง ปปช.ให้เข้ามาตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นแล้วประชาชนจังหวัดตรังจะเสียประโยชน์ต่อไป และเรื่องที่เกิดขึ้นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

อนึ่งท่าเทียบเรือนาเกลือ อบจ.ตรัง ทางอบจ.ตรัง เป็นเจ้าภาพในการจัดซื้อที่ดินบนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ จำนวนเงินกว่า 30 ล้านบาท บริเวณหมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง โดย กรมเจ้าท่า กรมพาณิชย์นาวีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคม อนุมัติ งบประมาณ จ านวน 406,945.000บาท ดําเนินตั้งแต่ วันที่ 15 มีนาคม 2555-16 กันยายน 2557 ก่อสร้างเป็นท่าเรือขนาดความกว้าง 29 เมตร ยาว 185 เมตร ความลึกหน้าท่า 5.5 เมตร รองรับเรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง ขนาด 4,000 ตัน เรือจอดเทียบท่าได้ 2 ลำ/ครั้ง แยกเป็นท่าเรือส่งออก 1 ท่าและเป็นท่าเรือนำเข้า 1 ท่า ใช้สำหรับ ขนส่งสินค้าจากจังหวัดตรัง รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงไปยังประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ ศรีลังกา และอินเดีย ที่เป็นคู่ค้าที่สำคัญ เพราะจะสามารถลดต้นทุนการขนส่ง