เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบและรื้อฟื้นคดีนายทุนก่อสร้างตึกขนาดใหญ่กลางเขาค้อ หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง ล่าสุด คณะเจ้าหน้าที่ ศปป.4 กอ.รมน.และชุดพยัคฆ์ไพร รวมทั้งป่าไม้และทหารในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษ ศปป.4 ยังเดินหน้าเก็บรวมรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นรอส.และทายาท รอส.เจ้าของที่ดิน ที่เดิมเคยให้การโดยอ้างร่วมลงทุนกับนายทุนหรือเป็นญาติกับผู้ต้องหา จนทำให้ผู้ต้องหาหลุดคดีพ้นจากการถูกกล่าวโทษของคณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดำเนินคดี ทั้งนี้ ทางคณะเจ้าหน้าที่ฯได้พบข้อพิรุธจากคำให้การของพยานเหล่านี้ ซึ่งไม่สอดคล้องหรือผิดเพี้ยนหรือขัดกัน ไม่เหมือนกับคำให้การเดิมที่ให้ปากคำไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า ขณะนี้การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการสอบปากคำพยานปากสำคัญที่เกี่ยวข้อง มีการพบพิรุธหลายอย่างที่ถือว่าเป็นหลักฐานเพิ่มเติมใหม่สามารถใช้รื้อฟื้นคดีได้ นอกจากนี้ยังว่าให้การชัดถ้อยชัดคำด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายเข้าไปมีส่วนรู้เห็นและส่อท่าทีเอื้อประโยชน์ให้นายทุนด้วย สำหรับ 4 คดีที่หลังสุดอัยการสั่งไม่ฟ้องโดยเฉพาะคดีตึกยักษ์ต้องการให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะไม่เช่นนั้นนายทุนก็จะใช้การร่วมทุนเป็นทางออกให้มีคำสั่งไม่ฟ้องโดยขาดเจตนาอีก ทั้งนี้สิทธิในการทำกินนั้นเป็นของรอส. การที่คนภายนอกหรือแม้กระทั่งรอส.เองหากจะไปก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท ก็ทำไม่ได้ ผิดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่กองทัพภาคที่ 3 จัดสรรที่ดินทำกิน ซึ่ง รอส.ทุกคนต่างรู้ซึ้งในข้อนี้ดีอยู่แล้ว
“ฉะนั้น หากไม่มีการรื้อฟื้นคดีและเมื่อมีการเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายกับ 332 รีสอร์ทในแปลง รอส. รวมทั้งอีก 135 รีสอร์ทนอกแปลงรอส. ก็จะต้องไปเจอข้ออ้างของนายทุนทั้งเรื่องการร่วมทุนและเป็นญาติกับรอส.ขึ้นมาใช้ต่อสู้คดีอีก แต่หากการรื้อฟื้นสำเร็จก็จะทำให้สามารถอุดช่องโหว่ได้สำเร็จ และยังทำให้การบังคับใช้กฎหมายในขั้นตอนต่อไปมีความสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งการบุกรุกหรือก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ทเพิ่มเติมได้อีกด้วย” พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวอีกว่า ส่วนอีก 27 คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ก็จำเป็นต้องรื้อคดีเช่นเดียวกัน ส่วนคดีอีกบางส่วนทราบว่ายังอยู่ในชั้นการพิจารณาของทางพนักงานอัยการ อยู่ระหว่างให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานขอข้อมูลว่ายังมีค้างอีกกี่สำนวน โดยเชื่อว่าทางพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจะพิจารณาด้วยความรัดกุมมากขึ้นกว่าเดิม และการจู่โจมลงพื้นที่เก็บหลักฐานของคณะเจ้าหน้าที่แบบนี้ ทำให้การเตี๊ยมคำให้การหรือจัดฉากอะไรกันก็ตาม ทำไม่ทัน ที่สำคัญหากมีการสร้างพยานหลักฐานขึ้น คำให้การพยานก็ส่อให้เห็นพิรุธและหนีความจริงไม่พ้น


