หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านคุ้งตะ...

ชาวบ้านคุ้งตะเภาค้านอนุญาตดูดทราย กระทบระบบนิเวศ น้ำเปลี่ยนทิศกัดเซาะตลิ่งพัง

29.03.16 | 12:17 น.
วันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระชัย ภู่เพียงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ รองประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณพื้นที่ที่ขอดูดทรายให้กับผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ยื่นเรื่อง เพื่อขออนุญาตดูดทรายในพื้นที่ หมู่ 3 ต.คุ้งตะเภา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 2 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำน่าน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบการขออนุญาตอยู่นั้น ได้มีชาวบ้านประมาณ 50 คน รวมตัวบริเวณจุดที่ทางคณะกรรมการลงพื้นที่ พร้อมประกาศคัดค้านการอนุญาตให้ดูดทรายในบริเวณพื้นที่แห่งนี้ โดยให้เหตุผลว่า ขั้นตอนการขออนุญาตไม่ถูกต้อง อาทิ 1.ไม่ผ่านการประชาคมหมู่บ้านในระดับพื้นที่ 2.ที่ประชุมสภาเทศบาลตำบลคุ้งตะเภาสมาชิกลงมติงดออกเสียงในสภาอย่างเอกฉันท์ จำนวน 10 เสียง จากทั้งหมด 13 เสียง ที่ไม่อนุญาตให้มีการดูดทราย 3.ที่ดินที่มีการยื่นเรื่องขออนุญาตดูดทรายกับทางราชการนั้นเป็นที่ดินสาธารณะที่ชาวบ้านร่วมใช้กันมา แต่ผู้ประกอบการแอบอ้างเอาที่ดินดังกล่าวมาเป็นสิทธิส่วนตัว จากที่ดินสาธารณะทั้งหมดประมาณ 6 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินเกิดจากน้ำไหลทรายมูลงอกเงยเป็นหาดทราย ตั้งแต่หลังป้ายเขตควบคุมแม่น้ำ กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จรดถึงแม่น้ำน่าน ทั้งด้านทิศเหนือและทิศใต้ ที่สำคัญ ยังมีการบุกรุกสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคาร มีกองทราย กองกรวดกองอยู่บนพื้นที่สาธารณะที่ชาวบ้านใช้ร่วมกัน และมีการปรับพื้นที่เพื่อยึดเอาไปเป็นสมบัติส่วนตัวเอาไว้เตรียมก่อสร้างรีสอร์ต โดยหน่วยงานภาครัฐรู้และรับทราบแต่ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน จึงขอคัดค้านไม่ให้มีการดูดทรายในพื้นที่แห่งนี้ พร้อมขอให้ภาครัฐจากส่วนกลาง อาทิ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ลงมาตรวจสอบที่ดินสาธารณะที่ถูกบุกรุกยึดเป็นสมบัติส่วนตัว เนื่องจากชาวบ้านไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ หวั่นเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการโดยไม่ถูกต้องตามกฏหมาย และให้หยุดการพิจารณาการขออนุญาตดูดทรายของผู้ประกอบการเอาไว้ก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะออกมาโดยเฉพาะเรื่องที่ดิน
201603291021157-20021028190359
นายแสวง นวลจร อายุ 62 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลคุ้งตะเภา เขต 1 อดีตผู้ใหญ่บ้าน 3 สมัย 15 ปี กล่าวว่า ที่ดินบริเวณนี้เรียกว่า ต้นไร่ปลายที่ดินของชาวบ้านโดยอาศัยใช้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อถึงช่วงฤดูน้ำลงก็จะปลูกพืชปลูกผัก อาทิ ต้นหอมและกระเทียมเพื่อไว้รับประทานกินกัน ที่ผ่านมากว่า 10 ปี เจ้าหน้าที่รัฐอนุญาตให้มีการดูดทราย ส่งผลทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ระบบนิเวศทางแม่น้ำเปลี่ยนไป น้ำเกิดเปลี่ยนทิศจนกัดเซาะตลิ่งพังจนเป็นแนวยาว ส่งผลทำให้พืนแผ่นดินหายไปเป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดร่องน้ำลึกในแม่น้ำลึกลงไปหลายเมตร เป็นเหตุให้เด็กในหมู่บ้านรวมทั้งหลานของตนเองลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำจมน้ำตายมาแล้วถึง 3 คน และยังมีผู้ใหญ่พลัดตกน้ำตายอีก 1 คน
นายแสวง กล่าวว่า เมื่อสัมปทานดูดทรายหมดชาวบ้านก็ไม่อยากให้มีการอนุญาตทำท่าทรายต่อ และต้องการให้หน่วยงานราชการจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการบุกรุก การถมที่ดินและการรุกที่สาธารณะด้วยตนเอง เพราะชาวบ้านไม่ไว้ใจหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ชาวบ้านเคยใช้ที่ดินร่วมกันมาแต่ตอนนี้กลับถูกยึดที่ครองเป็นของส่วนตัว ส่งผลทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
201603291021154-20021028190359
ด้านนางบุญมี  หลักไหล อายุ 61 ปี กล่าวว่า เหตุผลที่ชาวบ้านไม่ต้องการให้มีท่าดูดทรายที่นี่เพราะมีเสียงดังทั้งกลางวันและกลางคืน เดิมเป็นหาดทรายชาวบ้้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถเล่นน้ำได้ แต่ตอนนี้ลงเล่นน้ำไม่ได้แล้วเพราะน้ำลึก สามีก็พลัดตกน้ำตายเหตุเพราะร่องน้ำลึกสูงกว่า 4 เมตร ขนาดก่อไผ่ยังจมน้ำหายยกไปทั้งกอ แถมน้ำยังกัดเซาะที่ดินชาวบ้านหดหายลงไปด้วย รวมถึงกัดเซาะเข้ามาใกล้ถึงบริเวณบ้านอยู่อาศัยอาจเป็นอันตรายต่อคนภายในบ้านด้วย
ขณะที่ นายวีระชัยกล่าวว่า ทางคณะกรรมการได้ลงพื้นที่ตามคำร้องขอของผู้ประกอบการที่ยื่นเรื่องขอดูดทราย และรับคำร้องเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ร้องคัดค้าน มีการใช้ที่ดินสาธารณะเป็นสถานที่ประกอบการ แต่ผู้ประกอบการนำเอกสารหลักฐานโฉนดตราจองมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งโฉนดตราจองยังไม่มีข้อยุติในเรื่องข้อกฏหมายเพราะเป็นเพียงการครอบครองปรปักษ์ หากจะทำให้ถูกต้องตามกฏหมายผู้ประกอบการจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกโฉนดด้วยการพิสูจน์สิทธิในที่ดินที่ได้มา
201603291021156-20021028190359
“ส่วนกรณีที่ดินมีกองทราย กองกรวดมากองนั้น ผู้ประกอบการไม่ขอใช้ที่ดินตรงที่ชาวบ้านกล่าวหาแล้ว แต่จะไปใช้ในที่ดินที่มีโฉนดถูกต้องแทน ซึ่งทางคณะกรรมการก็รับทราบปัญหาทุกอย่างที่ชาวบ้านร้องเรียนมา และเตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นประธาน เพื่อสรุปเรื่องการขออนุญาตการดูดทรายในพื้นที่แห่งนี้ต่อไป” นายวีระชัยกล่าว