หน้าแรก ภูมิภาค ‘กลุ่มอ...

‘กลุ่มอนุรักษ์’จี้ย้าย พนง.ที่ดินเลย ข้องใจรังวัดที่ดิน’ซีพีเค’ไม่สอดคล้องแนวเขตเดิม

12.03.18 | 15:46 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 มีนาคม ที่ศาลากลางจังหวัดเลย ตัวแทนกลุ่มรักษ์เมืองเลย และเครือข่ายภาคประชาชนอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย ร่วมกับสมัชชาประชาชนภาคอีสานเพื่อการพัฒนาประเทศไทย นำโดยนายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว หรือทนายแดง เข้ายื่นหนังสือต่อนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เพื่อขอให้เร่งรัดและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดิน หนึ่งในคณะทำงานที่ตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน-โปร่งใสเกี่ยวกับปัญหาการครอบครองที่ดินของบริษัท ซีพีเค อินเตอร์เนชันแนล จำกัด ที่มีชื่อนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นกรรมการผู้จัดการคนหนึ่งของบริษัท เนื่องจากไม่มั่นใจในการทำงานของฝ่ายที่ดิน โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบขอบเขต และพื้นที่ที่เคยถูกเพิกถอน น.ส.3 ก. กว่า 6,000 ไร่ ปรากฏข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ามีการรังวัดขอบเขต-เนื้อที่ไม่สอดคล้องตรงกับแนวเขตและพื้นที่เดิม ที่น่าจะฟังเป็นข้อยุติเรื่องพื้นที่และแนวเขตแล้ว และการทำงานของคณะกรรมการที่ผู้ว่าฯตั้งขึ้นทำงานอย่างไม่เป็นเอกภาพ ต่างฝ่ายต่างทำ ปัญหาล้วนมาจากการทำงานของที่ดินพบข้อพิรุธผิดพลาดหลายอย่าง จึงควรพิจารณาย้ายเจ้าพนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่โดยด่วน
นายคุ้มพงษ์กล่าวว่า กรณีที่ดินของ บ.ซีพีเค ที่ถูกเพิกถอนกว่า 6,000 ไร่ กลุ่มได้ประสานที่ดินจังหวัดเพื่อขอแผนที่ในการที่ออกไปสำรวจรังวัดทั้งใหม่และเก่า เนื่องจากกลุ่มพบว่าขอบเขตจำนวนเนื้อที่อันเดิมที่ถูกเพิกถอน 147 แปลง กับพื้นที่ตรวจสอบใหม่ แนวเขต ขอบเขต และพื้นที่ไม่ตรงกัน ซึ่งทีมงานฝ่ายกฎหมายเราเห็นว่า เมื่อแนวเขต ขอบเขตไม่ตรงกันอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เป็น น.ส.3 ก. ต้องมีระวาง แผนที่ทางอากาศที่ค่อนข้างที่แน่นอน ในพื้นที่เดิมในครั้งหนึ่งระดับอธิบดีกรมที่ดิน ผู้มีอำนาจตามกฎหมายได้ตรวจสอบมาแล้วกว่า 10 ปี ที่สู้กันถึงศาลฎีกาและสรุปว่า ที่ดินดังกล่าวออกมาไม่ถูกต้อง โดยศาลได้ยืนยันมาแล้วกับระวางตัวเก่า คือ ต้องยึดถือระวางตัวเดิม เพราะมีข้อสรุปแล้วว่าแนวเขต ขอบเขต ตรงไหน
“มีการตรวจใหม่ ปรากฏว่าตามแผนที่ตามแนวสีแดงพื้นที่รังวัดใหม่ แนวสีเหลืองเป็นพื้นที่รังวัดที่ต่อสู้ในศาลและมีการเพิกถอนออกมาแล้ว ปรากฏว่าแนวเก่าและแนวใหม่ไม่ตรงกับที่เดิมเลย เรื่องเดิม น.ส.3 เดิม เส้นต้องเส้นเดียวกันและต้องตรงกัน แต่กลายเป็นการรังวัดใหม่วัดตามอำเภอใจฉัน ทราบว่าได้ให้พนักงานของ บ.ซีพีเคชี้นำแนวรังวัดใหม่ แต่ที่เดินใหม่ไม่ตรงแนวพิกัดและระวางเดิม รวมทั้งคลาดเคลื่อนกับภาพถ่ายทางอากาศด้วย บางจุดถ้าดูตามแผนที่จะห่างกันมาก ถ้าเป็นพื้นที่จริงคงหลายร้อยไร่ ถ้ามองในเรื่องกฎหมายมันสามารถทำลายน้ำหนักของฝ่ายรัฐ ซึ่งต่อไปจะต้องเป็นโจทก์ เมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีบุกรุกซึ่งเป็นคดีอาญา ซึ่งหลักของคดีอาญาถ้ามีข้อความสงสัยยกผลประโยชน์แห่งความสงสัยแก่จำเลย เมื่อแนวเขตไม่ชัดเจนทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเดิมแต่ไม่ตรงกัน คดีอาญาต้องตีความให้เคร่งครัดเพราะจะเอาคนผิดมาเข้าคุก” นายคุ้มพงษ์กล่าว