เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 มีนาคม ร.ต.อ.เจตจำนง นุกาศ ร้อยเวร สภ.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกฆาตกรรมเกิดขึ้นที่ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิชัย ไกรแสง ผกก.บ้านดู่ และกำลังตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สองชั้น โดยชั้นล่างและด้านหน้าเปิดเป็นร้านจำหน่ายกาแฟสด ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนที่มีห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง และห้องเล็กที่กั้นกระจกไว้อีก 1 ห้อง
เมื่อเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบรอยหยดเลือดหล่นตามบันไดบ้านตั้งแต่ชั้นล่างไปถึงชั้นสองเป็นทางยาว และภายในห้องนอนเล็ก พบศพนายเปรม อายุ 82 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพสยดสยอง เนื่องจากที่ลำคอถูกของมีคมปาดเป็นแผลฉกรรจ์หวิดขาด และที่ดวงตาด้านซ้ายถูกควักจนลูกตาทะลักออกมาจากเบ้า 1 ข้าง โดยมีเลือดกระจายเต็มพื้นและที่นอน แต่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้กันแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบโดยรอบที่เกิดเหตุไม่พบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่พบมีดทำครัวจำนวน 2 เล่ม เป็นมีดสับเนื้อ 1 ด้าม และมีดปอกผลไม้อีก 1 ด้าม วางอยู่บริเวณที่ล้างหน้าห้องน้ำชั้นล่าง ที่ยังเปียกน้ำเพราะเพิ่งชำระล้างมาใหม่แต่ยังมีคราบเลือดจางๆ ติดอยู่บางส่วน คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรเชียงรายและแพทย์เวรโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มาตรวจเก็บบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพยานหลายคนทำให้พอทราบเบื้องต้นว่าผู้ก่อเหตุสยองครั้งนี้น่าจะเป็นนางนภาพร อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตายเอง เพราะมีคราบเลือดบางส่วนติดอยู่ตามเสื้อผ้าและลำตัว โดยหลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหนโดยนั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟาชั้นล่าง เหมือนอยู่ในอาการช็อกไม่พูดจากับใคร เจ้าหน้าที่จึงให้จิตเวชและตำรวจนอกเครื่องแบบทำการพุดคุยจนยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเองเนื่องจากมีคนคอยสั่งการในสมองให้กระทำดังกล่าว ซึ่งทางญาติก็ให้การด้วยว่านางนภาพรมีอาการทางประสาทมานานแล้ว ยังอยู่ระหว่างการบำบัดรักษา และมีรายงานว่าก่อนหน้านี้หลายปีก่อนเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันโดยฆ่าหลานวัย 3 ขวบเสียชีวิตมาแล้ว 1 คนในพื้นที่ อ.เชียงแสน ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิม ทำให้ติดคุก 3 ปี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสถานีตำรวจ สภ.บ้านดู่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

