ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่บริเวณทุ่งนารอบวัดม่วง ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เต็มไปด้วยทุ่งดอกดาวเรือง บนพื้นที่นา กว่า 90 ไร่ ซึ่งทางจังหวัดได้รับการร่วมมือจากชาวนาเจ้าของที่นา ปรับผืนนา หลังจากที่ว่างเว้นจากการทำนาเนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง มานานนับปี มีการปรับเปลี่ยนปลูกพืชใช้น้ำน้อย คือต้นดาวเรือง โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวนาในพื้นที่ จ.อ่างทอง ได้มีรายได้ทดแทนจากการที่ไม่ได้ทำนาตามฤดูกาล
โดยนางพลับ คงสุวรรณ อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 29 ม.2 ต.สามโก้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หนึ่งในชาวนาที่รับจ้างปลูกและเก็บผลผลิต ดอกดาวเรือง กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพทำนา แต่เนื่องจากช่วงนี้ไม่มีน้ำ จึงไม่ได้ทำนา มารับจ้างตั้งแต่ปลูกดอกดาวเรืองจนถึงเก็บดอกและคัดดอก โดยมีรายได้วันละ 300 บาท ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ในช่วงที่ไม่มีน้ำทำนา
ด้านนายวโรชา จันทโชติ ผู้รับผิดชอบการปลูกดาวเรือง กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มีการทดลองโดยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส นำพื้นที่นาที่ว่างเว้นจากการทำนาเนื่องจากชาวนางดทำนาปรัง ปรับพื้นที่ปลูกดาวเรือง พืชใช้น้ำน้อย และมีการจ้างแรงงานชาวนาในการเพาะปลูกจนถึงเก็บผลผลิต โดยให้ค่าตอบแทน 300 บาท/วัน/คน และยังรวมไปถึงคนชรา เด็ก และเยาวชน ให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งช่วงนี้ใกล้กับเทศกาลสงกรานต์ ผลตอบแทนที่ได้รับในการจำหน่าย ดอกดาวเรืองถือว่าได้ราคา จากการที่เก็บผลผลิตในครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งแรก ได้ประมาณ 3 หมื่นดอก รายได้ขึ้นอยู่กับขนาดของดอก จัมโบ้ ประมาณ 80-60 สตางค์ต่อดอก ใหญ่ 30-40 สตางค์ต่อดอก กลาง 30 บาท/100 ดอก และยังมีผลพวงที่ได้ จากความสวยงามของทุ่งดอกดาวเรือง สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเชิงเกษตรของทุ่งดาวเรืองแห่งแรกของประเทศไทยที่นับว่าปลูกดาวเรืองมากที่สุด ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 90 ไร่โดยช่วงแรกอยู่ที่ ประมาณ 40-50 ไร่ตั้งอยู่ริมถนน สายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง


