หน้าแรก ภูมิภาค เอ็นจีโอชี้ตั...

เอ็นจีโอชี้ตัด’อุโมงค์ต้นไม้’เหมือนโยนหินถามทาง ผู้รับเหมาโอดแขวงสั่งเบรก แบกรับค่าใช้จ่ายเยอะ

29.03.16 | 15:20 น.

วันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีการตัดอุโมงค์ต้นไม้ริมถนนทางหลวงหมายเลข 12 ในเขตพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเตรียมขยายถนน 4 เลน รองรับเส้นทางยุทธศาสตร์สายเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ว่า หลังจากผู้รับเหมาชะลอการตัดต้นไม้ตามคำสั่งแขวงการทางเพชรบูรณ์ที 1 แล้ว ทำให้ขณะนี้มีคนงานเร่งขนย้ายต้นจามจุรีที่ถูกตัดโค่นและตัดซอยเป็นท่อนซุง ไปวางกองที่บริเวณหน้าคุ้มพุทธรักษา บ้านน้ำดุกชลประทาน หมู่ 7 ต.ปากดุก อ.หล่มสัก เพื่อให้รถบรรทุกเทรลเลอร์ทยอยขนย้ายไปยัง จ.อุดรธานี เพื่อนำไม้เข้าโรงงานแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่อไปทุกๆ วัน

นางเมตตา เบญจกุล อายุ 33 ปี ผู้ควบคุมคนงานขนย้ายไม้ กล่าวว่า หลังจากทางแขวงขอให้ชะลอการตัดโค่นต้นไม้ โดยบอกว่ากระแสต่อต้านแรง ตอนนี้จึงต้องหยุดตัดเป็นการชั่วคราวและยังไม่ชัดเจนว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอย่างไร จะยึดแนวเดิมหรือจะเปลี่ยนแบบเปลี่ยนแนวใหม่ ยอมรับว่ามีความกังวลพอสมควร เงินก็จ่ายไปแล้ว ต้นไม้ก็ตัดไปบางส่วนแล้ว ที่สำคัญกลัวเสร็จไม่ทันเวลา เพราะตามสัญญาจะต้องตัดโค่นต้นจามจุรีทั้งหมดจำนวน 408 ต้นให้เสร็จภายใน 60 วัน

201603291323373-20021028190322

“เวลานี้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายวันละหลายพันบาท โดยมีคนงานราว 14 คนที่ต้องจ่ายค่าแรงทุกวัน และเพิ่งตัดโค่นต้นไม้ไปได้เพียงราว 60-70 ต้นเท่านั้น ส่วนไม้ทั้งหมดมีโรงงานเฟอร์นิเจอร์ที่ จ.อุดรธานีติดต่อซื้อไว้เรียบร้อยแล้ว ต้นจามจุรีที่นี่อายุ 60-70 ปีจึงมีขนาดใหญ่เป็นที่ต้องการของโรงงาน จึงกล้าเสนอราคาประมูลที่ค่อนข้างสูง ก็พอมีกำไรบ้างอาจไม่เยอะและพอดีช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานด้วย” นางเมตตากล่าว

ด้านนายอมร พิมพ์ศร อายุ 43 ปี เกษตรกรผู้ปลูกผักที่บ้านน้ำดุกกล่าวว่า การตัดต้นไม้บริเวณนี้ก็มีทั้งดีและไม่ดี ข้อดีคือมีการพัฒนาก่อสร้างถนนจึงต้องตัดโค่นต้นไม้ แต่ในส่วนที่ไม่ดีก็คือหากตัดต้นไม้บริเวณนี้หมดก็ทำให้ขาดความร่มรื่น ที่ผ่านมาจะอาศัยร่มไม้บริเวณนี้พักร้อน หากต้นไม้ถูกตัดจนโล่งเตียนก็คงทำให้แห้งแล้งและร้อนอบอ้าวขึ้นมาก

Advertisement

ศรีสุวรรณ

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อ Srisuwan Janya โดยระบุว่า “โครงการขยายถนน 4 เลนของกรมทางหลวง ในถนนหมายเลข 12 ผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้ทำอีไอเอไปแล้วตั้งแต่ปี 2553 แต่อีไอเอยังไม่ผ่าน แต่ทว่าก็ได้มีการตัดต้นไม้ ทำลายต้นไม้ไปพลางก่อน (ล่าสุดเพิ่งจะตัดโค่นต้นก้ามปูทางจะขึ้นเขาน้ำหนาว ด้านหล่มสัก) เหมือนจะโยนหินถามทาง งานนี้เดี๋ยวเจอกัน”

ไม่เพียงเท่านี้ นายศรีสุวรรณยังโพสต์รูปภาพซากนกดุเหว่าพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเพิ่มเติม โดยระบุว่า “อนิจจาโครงการขยายถนน 4 เลนของกรมทางหลวง ในถนนหมายเลข 12 ผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวได้ฝ่าฝืนกฎหมาย และทำอันตรายรังของนกกาเหว่าหรือนกดุเหว่า (Eudynamys Scolopacea) ไปเสียแล้ว ซึ่งตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ.2546 ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ที่บัญญัติว่าห้ามผู้ใด “ทำอันตรายรังของสัตว์” นั้น บัดนี้กรมทางหลวง ในฐานะผู้ใช้ ผู้จ้างวานให้ไปตัดต้นไม้ริมทางดังกล่าว ย่อมเข้าข่ายความผิดด้วยครับ เดี๋ยวเจอกัน”