จากกรณีที่นายไสว นนทะพิทา อายุ 63 ปี ชาวบ้านโนนน้ำเกลี้ยหมู่ที่ 8 ต.โนนน้ำเกลี้ยง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้ถูกฟ้องขับไล่ที่ออกจากบ้าน และที่ดินทำกินที่ครอบครองมานานเกือบ 40 ปี ขณะที่เจ้าตัวต้องถูกคุมขังในเรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ หลังแพ้คดีในการฟ้องร้องแบ่งมรดกกับญาติพี่น้อง โดยนางกองศรี นนทะพิทา ภรรยา อายุ 59 ปี ได้นำหลานสาว 2 คน วัย 8 ขวบ และ 10 ขวบ มาอาศัยอยู่ศาลาประชาคมหมู่ที่ 8 บ้านโนนน้ำเกลี้ยง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ห้องประชุมอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เป็นประธานในการประชุมสรุปผลการดำเนินโครงการ “ไทสหัสขันธ์ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจร.กาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้นายธนูสินธุ์ ไชยสิริ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่าที่ร้อยตรีธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ หัวส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้แทนส่วนราชการระดับจังหวัด เข้าร่วมประชุมและรับฟังการสรุปผลการดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือคนยากจนในพื้นที่อ.สหัสขันธ์ ทั้ง 8 ตำบลครบถ้วน 100% ขณะเดียวกันได้ติดตามกรณีของนายไสว นนทะพิทา และนางกองศรี นนทะพิทา สองตายาย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกฟ้องขับไล่ถูกคุมขังในเรือนจำจ.กาฬสินธุ์ และครอบครัวต้องออกมาอาศัยอยู่ศาลาประชาหมู่บ้าน หมู่ที่ 8 บ้านโนนน้ำเกลี้ยง ต.โนนน้ำเกลี้ยง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์
นายไกรสร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายธนูสินธุ์ ไชยสิริ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่าที่ร้อยตรีธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอสหัสขันธ์ ดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งได้รายงานไปยังผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ เป็นระยะ ๆ โดยยึดแบบโครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนส โมเดล คนกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเป็นต้นแบบบูรณาการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และความเดือดร้อนของประชาชนคนกาฬสินธุ์ทั้ง 18 อำเภอ โดยหลังจากการประชุมได้เดินทางเข้าไปเยี่ยมครอบครัวนายไสว ที่ปัจจุบันได้อาศัยอยู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน ของเทศบาลตำบล(ทต.) โนนน้ำเกลี้ยงจัดสร้างขึ้นเพื่อคนยากจนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย โดยด.ต.ไพศาล มุลมาตร นายกเทศมนตรีโนนน้ำเกลี้ยง เป็นผู้ดำเนินการ
พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ รองเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า จากโครงการต้นแบบของจังหวัดกาฬสินธุ์ ในโครงการไท สหัสขันธ์ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ที่ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาสังคม อย่างจริงจังโดยใช้กระบวนการ บ้าน วัด โรงเรียน หรือ บวร การช่วยเหลือบรรทุกข์ของพื้นที่ อ.สหัสขันธ์ จะเน้นรูปแบบของการแก้ปัญหาความจน ความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ได้เลือกว่าจะช่วยเหลือคนยากจนเป็นประเด็นเดียว ซึ่งการช่วยเหลือจะครอบคลุมไปทั้งหมด ทั้งเดือดร้อน ทุกข์ ยากลำบาก และยากจน เช่นเดียวกับครอบครัวของนายไสว นนทะพิทา ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกฟ้องขับไล่ที่จนไม่มีบ้านอยู่อาศัย การบูรณาการเข้ามาช่วยเหลือจึงเป็นแบบบูรณาการทั้งระบบทุกฝ่ายเร่งดำเนินการช่วยกัน
“ได้เดินทางเข้าไปเยี่ยม ให้กำลังใจและปลอบขวัญไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของนายไสวฯ ที่ทราบว่ามีอาการเครียด วิตกกังวล เนื่องจากต้องออกจากบ้านที่เคยอยู่อาศัยมาพักพิงอีกแห่งหนึ่ง รวมถึงความเสียใจที่ต้องสูญเสียทรัพย์ที่ครอบครองมานานหลายสิบปี นอกจากนี้จากการสอบถามยังทราบว่ามีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ และโรคกระเพาะ ที่จะต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง ที่ส่วนนี้ได้ประสานทาง สาธารณสุขอำเภอได้เข้ามาดูแลสุขภาพต่อไป ส่วนเรื่องของการช่วยเหลืออื่น ๆ ทราบว่าทางนายอำเภอสหัสขันธ์ ได้ประสานไปยังส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ และ สำนักงานบังคับคดีแล้ว ซึ่งต้องรอผลการดำเนินการอีกครั้ง ทั้งนี้ต้องขอบิณฑบาตการช่วยเหลือจากทุก ๆ ฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวนี้ที่ได้รับความเดือดร้อน จะยากดีมีจนอย่างไร ตอนนี้เมื่อทุกข์เดือดร้อนก็ต้องเข้ามาช่วยกัน แบ่งเบาความเดือดร้อนกันไป”พระครูสิริพัฒนนิเทศก์
นางวราภรณ์ เปล่งแสง ผอ.สำนักงานคุมประพฤติ จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะ ยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ยืนยันว่าไม่ทอดทิ้งผู้เดือดร้อนซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปรับฟังปัญหาถึงบ้านพัก โดยกระบวนการช่วยเหลือขณะนี้คงจะเป็นการไกล่เกลี่ยกับผู้ซื้อขายที่ดินจากการขายทอดตลาดไป โดยได้มอบหมายให้ทางสำนักงานบังคับคดี จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ดำเนินการไกล่เกลี่ย โดยคาดว่าน่าจะดำเนินการอย่างเร็วที่สุดคือสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับขั้นตอนของการไกล่เกลี่ยด้วยว่าจะเป็นไปทิศทางไหนบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ ที่จะติดตามอย่างใกล้ชิด

