เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 14 มี.ค.61 ที่สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.สุกิจ สมณะ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี พ.ต.อ.ไพสิฐ แก้วจรัส ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองฉาง และ นายไมตรี ไตรติลานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง แถลงข่าวการจับกุมเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณ ยังร้านทองกลางอ.หนองฉาง อย่างอุกอาจ สร้างความสะเทือนขวัญให้กับชาวอุทัยธานี เป็นอย่างมาก เนื่องจากในพื้นที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
โดยผลการแถลงการจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามที่เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 18.40 น. ได้มีกรณีคนร้าย 2 คน ได้ชิงทรัพย์ทองคํารูปพรรณลักษณะต่างๆจำนวน 188 บาท รวมมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาทเศษ ที่ร้านทองแม่ตังกวย อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ซึ่งได้ทำร้ายเจ้าของร้านทองจนได้รับบาดเจ็บ แล้วหลบหนีไป โดยใช้ยานพาหนะรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ในการหลบหนี จากการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายจากวัตถุพยานหลักฐานยังสถานที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมต่างๆ โดยเฉพาะชะแลงเหล็กลายปล้องอ้อย ซึ่งเป็นของกลางในที่เกิดเหตุ ขนาดความยาว 60 เซ็นติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร
ซึ่งจากการลงพื้นที่สอบถามร้านค้าที่ขายวัสดุก่อสร้างในเขตพื้นที่อ.หนองฉาง แล้วพบว่า ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในเขตพื้นที่สภ.เขาบางแกรก ชื่อร้าน ท.วัสดุ ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสาย 333 ต.เขาบางแกรก อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี พบนางสาวปาณิศา แสงกระจ่าง เป็นผู้ยืนยันว่าเป็นชะแลงชนิดเดียวกันกับที่ร้านค้าของตนเองมีขายอยู่ จากการสอบถาม นางสาวปาณิศา แสงกระจ่าง ให้การว่า ชะแลงดังกล่าว มีลักษณะถูกพ่นสีดำทับอีกครั้ง และมีรอยถูกเจียที่บริเวณปลายด้านบน ซึ่งนางสาวปาณิศา ยืนยันว่าเป็นผู้เจียชะแลงดังกล่าว ตนเองเป็นผู้ทำเอง
ซึ่งจำได้ว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม ที่ผ่าน มาเวลาประมาณ 14.38 น. มีชาวต่างชาติ(ลักษณะคล้ายแขก)และหญิงไทย พร้อมเด็กหญิง 1 คน ได้เข้ามาขอซื้อชะแลงดังกล่าว และได้เก็บภาพชายและหญิงดังกล่าวไว้ จากการสอบถาม นายธวัชชัย รัดเส็ง พนักงานสุขทวีรีสอร์ท ยืนยันว่า (ชายคล้ายแขก) ตามภาพจากร้านทองวัสดุ ชื่อนายมูฮัมหมัด และหญิงตามภาพถ่ายซึ่งเป็นภรรยาของนายมูฮัมหมัด ได้เข้าพักอาศัยที่ห้องหมายเลข 14 ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561
และได้ออกจากห้องพักไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งขณะนี้ยังไม่กลับมา และเมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม ชายคนดังกล่าวได้เคยขับรถพาบุตรสาวและภรรยาของนายมูฮัมหมัด ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองฉาง และเมื่อประมาณช่วงวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ขับรถยนต์ของรีสอร์ทพาภรรยาของนายมูฮัมหมัด ไปที่ สภ.ห้วยคต เพื่อลงประจำวันเกี่ยวกับทรัพย์มรดก ซึ่งหลังจากผู้ต้องหาได้ก่อเหตุแล้วนั้น ได้หลบหนีไปพักอาศัยหลบซ่อนตัวอยู่ในเขตพื้นที่ พัทยา จ.ชลบุรี
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 , ภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี , กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม , สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง และ สถานีตำรวจภูธรเขาบางแกรก ได้ร่วมกันเดินทางไปสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนคือ นายมูฮัมหมัด อิบราฮิม เด็ม เอ อัล-มาลีกี อายุ 30 ปี เชื้อชาติ กาตาร์ สัญชาติ กาตาร์ เลขที่หนังสือเดินทาง 01344687 ส่วนผู้ต้องหาหญิง ทราบชื่อคือนางสาวอาอิซะห์ อุดมวัฒนานนท์ อายุ 32 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติ ไทย บ้านเลขที่ 128 หมู่ 5 ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ตามหมายศาลเลขที่ 21/2561 และ 21/2562 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2562 ในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม บุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน ทำให้เสียทรัพย์ ทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ได้ทองคํารูปพรรณที่ได้จากการก่อเหตุครั้งนี้จำนวน 50 เส้น น้ำหนัก 143.65 บาท (2,184.17กรัม) ซึ่งหลังก่อเหตุนายมูฮัมหมัด ได้นำทองคํารูปพรรณที่ได้บางส่วนนั้นไปขาย ที่ บริเวณ รังสิต ปทุมธานี จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 รับเพียงว่าเป็นสามีภรรยากัน และมีบุตรด้วยกัน 4 คน โดยยังไม่ขอให้การใดๆ โดยทราบว่า นายมูฮัมหมัด นั้นมีอาชีพเป็นทหารรับจ้าง ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งในระหว่างที่อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยนั้น นายมูฮัมหมัด ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งที่ชัดเจน
โดยหลังจากนั้นได้ร่วมกันลงพื้นที่ยังร้านทองที่เกิดเหตุพร้อมกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศประชาชน ที่มาเฝ้ารอดูโฉมหน้าผู้ก่อเหตุทั้ง 2 อย่างเนืองแน่น แต่ด้วยผู้ต้องหาทั้ง 2 นั้น ยังไม่ได้ให้การรับสารภาพใดๆ จึงยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาเข้าทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมั่นใจในพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่าจะสามารถจับกุมตัว2ผู้ต้องหา เข้าดำเนินคดีรับโทษตามกฏหมายได้อย่างแน่นอน

