วันที่ 16 มีนาคม 2561 ภายหลัง พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 4 ลงพื้นที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อสุ่มตรวจสอบการใช้งบประมาณอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่ง ผลตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปรากฏพฤติการณ์ผิดปกติการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้ยากไร้และผู้ไร้ที่พึ่งของนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 และยังมีนักกีฬายิงปืนคนพิการทีมชาติไทยยังถูกโกงเงิน

พ.ท.กรทิพย์กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้ ป.ป.ท.ยังร่วมกับ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเงินบางคนเชื่อมโยงข้อมูล พบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับบิ๊กๆ ของกระทรวงมีส่วนเกี่ยวข้อง คาดว่าภายใน 2 อาทิตย์จะทราบผลว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร ซึ่งที่ตรวจสอบพบว่าการทุจริตดังกล่าวได้ทำกันมานานหลายปี ทำจนชิน พร้อมกันนั้นได้สุ่มตรวจนิคมสร้างตนเองทั่วประเทศ 32 นิคม พบว่า 2 นิคมมีพฤติกรรมที่ก่อความผิดชัดเจน
ขณะเดียวกัน นายพีระพงษ์ บึงโบก อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย (คนพิการ) แชมป์เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ประเทศสิงคโปร์ 2015 เผยว่าตนเองมีชื่อในการเบิกเงินในฐานะเป็นคนพิการ เจ้าหน้าที่ทำเรื่องเบิกเงิน 2 ครั้ง เมื่อปี 2559 จำนวน 3,000 บาท แต่ได้เงินไม่ครบจำนวน และปี 2560 เบิกเงิน 2 ครั้ง ได้แค่ครั้งเดียว จำนวนเงิน 3,000 บาทเช่นกัน ซึ่งการจ่ายเงินแต่ละครั้งทางเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์จะโอนเงินเข้าบัญชีให้ พร้อมกันนี้ยังมีชาวบ้านอีกว่า 50 คน ทั้งเป็นคนพิการและกลุ่มอาชีพ มีรายชื่อเบิกเงิน แต่ไม่ได้เงินเลยสักบาท บางรายได้ แต่ไม่เต็มจำนวน
ด้านนายสาคร แก้วดี กำนัน ต.นาคำ เผยว่า มีเจ้าหน้าที่จากนิคมฯมาแจ้งให้ตรวจสอบคนพิการและกลุ่มอาชีพว่าจะมีเงินจากนิคมฯ เป็นเงินสงเคราะห์ให้ โดยให้นำรายชื่อ ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนเข้ามา พร้อมเซ็นชื่อในใบเบิกจ่าย โดยจะได้รับเงินเป็นรายบุคคล ส่วนกลุ่มอาชีพก็จะมีเงินมาอุดหนุนในการซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ เช่น กลุ่มทอเสื่อกก จะมีเงินมาซื้อวัสดุอุปกรณ์ โดยจะได้เงินคนละ 420 บาทต่อคน แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เข้ามาตรวจสอบ พร้อมนำเอกสารการเบิกจ่ายมาให้ชาวบ้านดู กลับพบว่ามีการเบิกเงินหลายๆ ครั้ง บางราย 3,000-9,000 บาท แต่ละคนจะได้ไม่เท่ากัน
ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่นิคมฯได้ออกมาพบชาวบ้าน โดยกำชับให้บอกกับคณะกรรมการ ป.ป.ท.ว่าได้รับเงินเต็มจำนวน แต่เมื่อเห็นความไม่ชอบธรรมแล้ว ชาวบ้านจึงได้ให้ข้อมูลจริงกับ ป.ป.ท.

