เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ร.ต.อ.ไพรัช ดีไร่ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ และมีคราบน้ำมันรั่วไหลจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนเศรษฐกิจ 1 บริเวณจุดกลับรถหน้าวัดหงอนไก่ หมู่ที่ 2 ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงได้รีบไปตรวจสอบพร้อมกับประสานรถน้ำดับเพลิงจาก อบต.คลองมะเดื่อ เพื่อมาฉีดน้ำล้างคราบน้ำมันที่รั่วไหลลงมาบนพื้นถนน เพราะเกรงจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
เมื่อไปถึง พบรถเก๋งสีขาว ยี่ห้อฟอร์ด เฟียสต้า หมายเลขทะเบียน ฆม 2806 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่เกือบกึ่งกลางถนน สภาพด้านในรถถุงลมนิรภัยหลุดออกมา ส่วนหน้ารถพังยับแตกกระจาย และมีน้ำมันรั่วไหลออกมาด้วย มีนายจักรพันธ์ อวดเขต อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/0218 หมู่ที่ 3 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และห่างออกไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อยก็มีรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 91 – 0158 กรุงเทพมหานครจอดอยู่ สภาพด้านข้างฝั่งซ้ายใกล้เคียงประตูฝั่งคนนั่งข้าง มีร่องรอยของการถูกชนอย่างแรง จนถังน้ำมันที่อยู่ใต้ท้องรถหลุดห้อยลงมาและมีน้ำมันรั่วไหลอีกเช่นกัน มีนายบรรฑูรย์ ปานสกุล อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 6 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นคนขับ ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ อปพร.ขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองมะเดื่อ ก็ต้องรีบฉีดน้ำล้างถนนอย่างรวดเร็ว เพราะนอกจากจะเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเนื่องจากถนนลื่นแล้ว ยังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นได้อีกด้วย
เบื้องต้นจากการสอบถามนายจักรพันธ์ อวดเขต อายุ 21 ปี คนขับรถเก๋ง หนุ่มดวงแข็งที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนขับรถเก๋งมาในทางตรงเพื่อจะกลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุก 6 ล้อ ยูเทิร์นรถตัดหน้าอย่างกะทันหัน ตนเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนอย่างแรง ทำให้หน้ารถของตนพังยับเยินและถังน้ำมันแตก
ส่วนทางด้านของนายบรรฑูรย์ ปานสกุล อายุ 46 ปี คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ก็บอกว่า ตนกำลังจะนำฝ้ายที่บรรทุกมาเต็มคันรถ ไปส่งที่โรงงานแห่งหนึ่ง ย่านถนนเพชรเกษม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ได้กลับรถ ขณะนั้นเองก็มีรถเก๋งที่ขับมาในช่องกลางพุ่งมาชน แล้วหน้ารถเก๋งคงจะมุดเข้าไปชนกับถังน้ำมันใต้ท้องรถ จึงทำให้ถังน้ำมันหลุดห้อยลงมาแล้วเกิดน้ำมันรั่วไหลด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ให้รถยก นำรถทั้งสองคันไปเก็บรักษาไว้ก่อน เพื่อรอให้บริษัทประกันภัยของคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย มาทำการตกลงค่าเสียหายกัน อีกทั้งยังจะได้มีการสอบปากคำคนขับรถทั้งสองคันเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


