หน้าแรก ภูมิภาค พนง.บริษัทสาว...

พนง.บริษัทสาววัย 23 ปี ถูกแม่ค้าออนไลน์หลอกขายไอโฟน เสียเงินเกือบ 15,000 บาท

18.03.18 | 13:59 น.

จากกรณีที่ นาวสาวพรลภัส ธนสิทธิ์ อายุ 23 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมาและกรุงเทพมหานคร ได้โพสเฟสบุ๊กเพื่อเตือนภัยในโซเชียลมีเดีย ถูกคนร้ายปลอมแปลงเฟสบุ๊กเป็นร้านขายโทรศัพท์มือถือ และหลอกขายโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟนแปดพลัส สีขาว ความจุ 32 จิ๊ก จำนวน 2 เครื่อง เสียหายกว่า 14,400 บาท


จากการสอบถามนางสาวพรลภัสฯ เปิดเผยว่า รุ่นพี่ที่รู้จักของตนได้ติดต่อเป็นตัวแทนในการซื้อขายโทรศัพท์มือถือ โดยไม่สต๊อคสินค้า และจะได้เปอร์เซ็นต่อเครื่อง 800-1,000 บาท จากร้านค้าในเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “น้ำฝน โฟร์ โมบาย” โดยเป็นเฟสบุ๊กที่เพิ่งเปิดบัญชีได้ไม่นาน และมีการโพสต์รูปภาพลักษณะเป็นร้านขายโทรศัพท์มือถือ ขายสินค้าและโฆษณาสินค้าอยู่บ่อยครั้ง โดยขึ้นรูปประจำตัวเป็นรูปผู้หญิง อายุประมาณ 35 ปี

ต่อมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. 61 ตนได้ติดต่อซื้อโทรศัพท์ไอโฟนแปดพลัสสีขาว ความจุ 32 จิ๊ก จำนวน 2 เครื่อง ผ่านรุ่นพี่ที่เป็นตัวแทนของร้านค้าดังกล่าวในราคาเครื่องละ 33,000 บาท เมื่อถึงขั้นตอนการโอนเงิน ตนจึงติดต่อกับทางร้านโดยตรงผ่านข้อความทางเฟสบุ๊ก ซึ่งทางร้านให้ตนชำระเงินดาวน์โทรศัพท์สองเครื่องรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14,400 บาท และสามารถผ่อนต่อได้เดือนละ 4,000 บาท เป็นระยะเวลา 13 เดือน โดยให้ตนโอนเงินครั้งที่ 1 เป็นในส่วนของเงินดาวน์รวมโทรศัพท์สองเครื่อง จำนวน 9,400 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 3,000 บาท และครั้งที่ 3 จำนวน 2,000 บาท ซึ่งมีการติดต่อพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์กับตนตลอดการซื้อขาย และได้แนะนำสินค้าได้เป็นอย่างดี ตนจึงหลงชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารกรุงศรี ชื่อบัญชี นายณัฐชัย ไม่ทราบนามสกุล ในช่วงกลางคืนเวลาประมาณ 02.00 น. ทางไอโมบายแบงค์กิ้ง ซึ่งในตอนแรกไม่สามารถโอนเงินได้เนื่องจากระบบมีปัญหา ตนจึงขอโอนในช่วงเช้า แต่ร้านค้าดังกล่าวก็พยายามชวนคุยเพื่อต่อเวลาให้ตนยังไม่นอน กระทั่งระบบไอโมบายแบงค์กิ้งสามารถใช้งานได้ ตนจึงโอนเงินสำเร็จ

และทางร้านค้าก็ให้ตนส่งเอกสารเป็นสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไปให้ทางข้อความเฟสบุ๊ก ซึ่งทางร้านค้าตกลงส่งสินค้ามาให้ในวันต่อมา (4 มี.ค.61) แต่ตนก็ยังไม่ได้รับเลขพัสดุอีเอ็มเอส เมื่อสอบถามไปยังร้านค้าดังกล่าวทราบว่า โทรศัพท์ที่ส่งมาให้ตนนั้นมีปัญหาและทางร้านกำลังไปรับพัสดุคืนที่ไปรษณีย์ พร้อมออกอุบายว่าจะเปลี่ยนเครื่องให้ตน แต่ขอให้โอนเงินเพิ่มอีกจำนวน 2,000 บาท และตนก็ได้โอนไป พร้อมแจ้งว่าจะส่งสินค้าและเลขพัสดุให้ทันที
ต่อมาเวลา 12.00 น. ตนยังไม่ได้รับเลขพัสดุอีเอ็มเอส เมื่อติดต่อไปยังร้านค้า ก็ได้ส่งเลขอีเอ็มเอสพัสดุปลอมมาให้ ซึ่งตนเริ่มรู้สึกแปลกใจ จึงคุยกับทางร้านค้าว่าไม่ต้องส่งของให้ตนแล้ว ตนไปรับเองที่หน้าร้าน ซึ่งแจ้งว่าอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลระยอง จังหวัดระยอง ตนจึงเดินทางนั่งรถตู้โดยสารจากกรุงเทพฯไปยังห้างสรรพสินค้าดังกล่าว และเมื่อไปที่ชั้น 2 ของห้างสรรสินค้า ซึ่งเป็นโซนร้านขายโทรศัพท์โทรศัพท์มือถือ พบว่าไม่มีร้านค้าดังกล่าวอยู่ในห้าง ซึ่งขณะนั้นตนยังไม่ขาดการติดต่อกับร้านค้าดังกล่าว และได้แจ้งว่าตนหาร้านไม่พบ ทางร้านค้าจึงบอกกับตนว่า หากตนเดินมาหาที่หน้าร้าน ทางร้านจะไม่คืนเงินให้ นอกจากกรณีเครื่องมีปัญหาเท่านั้น และหากตนมีปัญหาจะให้แฟนที่เป็นตำรวจมาเคลียร์และพาไปโรงพัก

Advertisement

เมื่อวางสายไปก็ไม่สามารถติดต่อร้านค้าดังกล่าวได้อีกเลย โดยมีบล็อกเฟสบุ๊ก บล็อกเบอร์โทรศัพท์ของตน ซึ่งเมื่อนำเฟสบุ๊กของผู้อื่นเข้าไปดู ก็พบว่าร้านค้าดังกล่าวยังมีการโพสต์ขายสินค้าอยู่ปกติ ตนจึงรู้ว่าโดนมิจฉาชีพหลอก และเมื่อเดินสอบถามร้านขายโทรศัพท์มือถือบริเวณนั้นทราบว่า มีผู้ถูกหลอกลักษณะเดียวกับตนมาแล้วหลายราย โดยคนร้ายได้ออกอุบายว่ามีหน้าร้านอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลระยอง หากมีปัญหาให้มาที่หน้าร้านได้ ทำให้มีผู้ถูกตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อมิจฉาชีพจำนวนมาก ตนจึงแจ้งเรื่องไว้ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลระยอง และเดินทางไปแจ้งความไว้ที่สน.เมืองจังหวัดระยอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเพื่อนของตนได้ส่งข้อมูลมาว่า มีเฟสบุ๊กเพิ่งเปิดขึ้นใหม่ โดยใช้ชื่อและนามสกุลของพ่อตน นายธนูสิทธ อภิชาติ เปิดเป็นร้านค้าออนไลน์ขายโทรศัพท์มือถือลักษณะเดียวกันกับที่ตนถูกหลอกโดยใช้ชื่อ “ธนูสิทธ อภิชาต (สยาม โฟร์โมบาย” แต่ได้นำรูปผู้หญิงอายุประมาณ 35 ปีขึ้นเป็นรูปประจำตัว และแอดเพื่อนของตนมา ตนจึงตัดสินใจโพสต์เฟสบุ๊กกรณีดังกล่าวลงในโซเชียลมีเดีย เพื่อเตือนภัยผู้ใช้เฟสบุ๊กคนอื่นๆ ให้ระวังมิจฉาชีพรายนี้ ซึ่งก็มีผู้เสียหายที่เคยถูกหลอกลักษระนี้เข้ามาคุยกับตนหลายราย คาดว่าน่าจะเป็นมิจฉาชีพรายเดียวกัน.