วันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสกสรรค์ แดงใส หัวหน้าคณะผู้ประสานงาน และหัวหน้าชุดปฎิบัติการพิเศษโครงการเฮาฮักม่อนพระยาแช่ ซึ่งเป็นจิตอาสาในการดูแลรักษาป่า และดับไฟป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนมาพบขยะติดเชื้อ ซึ่งเป็นถุงน้ำยาล้างไตทางช่องท้องกว่า 200 ชุด พร้อมสายชุดต่อรักษาล้างไต รวมถึงถุงน้ำเกลือ และสายให้น้ำเกลือ บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาว ถูกนำมาทิ้งไว้ริมถนนป่าละเมาะ โดยเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล อยู่ใกล้กับวัดบรรพตสถิต ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง จำนวน 2 จุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2559 ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งของโรงพยาบาลลำปาง และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง ได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว
ล่าสุดในวันนี้จากการเดินลาดตระเวนไปรอบๆ ป่าละเมาะดังกล่าว ซึ่งห่างจากจุดเดิมประมาณ 400 เมตร ก็พบถุงน้ำยาล้างไตทางช่องท้อง ทั้งวางกับพื้น และห้อยกับต้นไม้ กระจายอยู่อีกเป็นจำนวนมาก นับว่าผู้ที่นำมาทิ้งนั้นมีความมักง่ายมาก ที่นำขยะติดเชื้อดังกล่าวมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ก็ยังนำขยะติดเชื้อเข้ามาทิ้งกระจายในหลายจุด สำหรับพื้นที่ป่าละเมาะดังกล่าวนั้น บริเวณถนนทางเข้าวัด หรือเข้าพื้นที่ดังกล่าวขณะนี้กลายเป็นแหล่งที่ไม่น่าดูอย่างมาก เนื่องจากตามเส้นทางเข้าวัด ซึ่งเป็นวัดชื่อดังในการฝึกปฎิบัติธรรม มีขยะที่ไม่พึงประสงค์ถูกนำมาทิ้งด้วยความมักง่าย ทั้งเศษวัสดุก่อสร้าง ขยะทั่วไป และศาลพระภูมิเจ้าที่เก่า
จากการเข้ามาลาดตระเวนดูพื้นที่กองขยะไว้ บางครั้งก็มีการจุดไฟเผาด้วย ทำให้ตนเองต้องเข้ามาดูตลอด หากไฟไม่ไหม้มากก็จะดับเอง แต่ก็มีหลายครั้งที่ไฟโหมไหม้มาก ก็ต้องแจ้งให้ทาง อบต.พิชัย อ.เมือง เข้ามาดับ ดังนั้น จึงอยากวอนให้เจ้าของที่หมั่นเข้ามาดูแลพื้นที่ของตัวเองด้วย เพื่อไม่ให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นที่ทิ้งขยะ เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค และเป็นต้นเหตุของควันไฟที่จะไปสมทบต่อสถานการณ์หมอกควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง

ด้าน นายมานิต อุ่นเครือ นายก อบต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ก็ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติกรของ อบต.เข้าไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง แล้ว เพื่อให้เป็นหลักฐาน และติดตามจับกุมผู้ที่กระทำความผิดด้วยการนำถุงน้ำยาฟอกไต และอุปกรณ์รักษาอื่นๆ ทางการแพทย์นำมาทิ้งไว้ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งได้มีการแจ้งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข และกระทำความผิดตามเทศบัญญัติด้านจัดการขยะ และสิ่งแวดล้อมของ อบต.พิชัย ที่ได้นำขยะติดเชื้อมาทิ้งในพื้นที่ โดยเป็นการกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี และหลังจากที่มีการแจ้งความไปแล้ว ก็ถือว่ายังไม่สามารถที่จะดำเนินการเก็บขยะติดเชื้อดังกล่าวออกไปได้ เพราะต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบร่วมกัน เพื่อนำไปประกอบคดีก่อน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงจะเข้าไปเก็บ และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

