เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม แถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ มีผู้ต้องหา 1 คน ชื่อ นายสุระ มาจานิตย์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 4 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมของกลางกัญชาจำนวน 296 แท่ง น้ำหนักประมาณ 296 กิโลกรัม รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ข้อหาร่วมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านบ้านดอนสวรรค์หมู่ 3 ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม

ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ต.อ.จุลฤทธิ์ จุลกะ ผกก.สภ.ธาตุพนม พ.ต.ท.ณัฐฐ์ อภิณัฐธนสมบัติ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ภักดิ์ไธสง สว.สส. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดฯ (ศอ.ปส.ภ.จว.นครพนม) ว่าหน่วยข่าวกรองที่ฝังตัวอยู่ตามแนวตะเข็บสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง รายงานว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดไปส่งยังพื้นที่ชั้นใน มีพ่อค้าชาวลาวชื่อท้าวป้อม อยู่ตรงข้ามกับบ้านแก่งกะเบาะ จ.มุกดาหาร รับหน้าที่ติดต่อประสานงานมายังฝั่งไทย ยังไม่ทราบพิกัดแน่ชัดว่ากลุ่มนักค้าจะลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ตอนไหน แต่ไม่น่าจะเกินวันที่ 17 มีนาคม เพราะยาเสพติดถูกลำเลียงมารอไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฟากแล้ว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนจับกุม คาดการณ์เบื้องต้นว่าแก๊งค้ายาจะใช้ถนนทางหลวงชนบทสายแก่งกะเบา-บ้านดอนสวรรค์ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม ในการลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ตอนใน จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ วางกำลังตลอดเส้นทางสายดังกล่าว
กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 18 มีนาคม มีรถกระบะต้องสงสัยแล่นมาตามถนนสายแก่งกะเบา-บ้านดอนสวรรค์ จึงส่งสัญญาณให้ตั้งจุดสกัด เมื่อรถยนต์แล่นมาถึงจุดนัดพบ เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณหยุดรถ แต่รถยนต์ต้องสงสัยเบรกกะทันหัน ห่างจากจุดสกัดประมาณ 20 เมตร พร้อมเปิดประตูทั้งสองด้านวิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทางอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ 1 คน ส่วนอีกคนอ้างว่าเป็นผู้โดยสารที่นั่งมากับรถถูกตะครุบตัวได้คือนายสุระ มาจานิตย์ จากการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบห่อพลาสติกสีดำที่กระบะท้ายจำนวน 1 ก้อนใหญ่
นายสุระรับสารภาพว่า ข้างในบรรจุกัญชาอัดแท่ง เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นกัญชาอัดแท่ง จำนวน 8 ห่อ ตรวจนับได้จำนวน 296 แท่ง/กก. นายสุระจำนนด้วยหลักฐานรับสารภาพว่าร่วมลำเลียงกัญชามาจากริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณท่าน้ำบ้านแก่งกระเบา เขตพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นรอยต่อกับ อ.ธาตุพนม ได้รับค่าจ้างครั้งละ 20,000 บาท ทำมาหนึ่งครั้งสามารถเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ได้ แต่ครั้งนี้โชคไม่ช่วยจึงถูกจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เวลา 11.30 น.วันเดียวกัน ที่ด่านตรวจบ้านพละ ริมถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วยตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มีนาคม พ.ต.อ.ฉลาด พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ.ท.ภาคิน และ ร.ท.ปกรณ์ชัย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีแดง ทะเบียน กต 522 ปราจีนบุรี วิ่งผ่านมาแล้วรีบเลี้ยวรถกลับก่อนถึงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงนำรถสายตรวจขับไล่ตาม จนพบรถคันดังกล่าวเข้าไปเปิดห้องพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง (เคียงภูรีสอร์ต) ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากด่านตรวจบ้านพละประมาณ 5 กิโลเมตร จึงแสดงตัวขอตรวจค้นรถ พบนายสุภัทร ดุสิตา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 9 ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม เป็นคนขับ เมื่อตรวจค้นในรถพบกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 275 แท่ง หนัก 275 กิโลกรัม ห่อด้วยพลาสติกสีดำใส่อยู่ในกระสอบปุ๋ย ซุกซ่อนอยู่ในรถ

นายสุภัทรรับสารภาพว่า รับจ้างขนกัญชาแห้งอัดแท่งทั้งหมดจาก จ.นครพนม ไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ค่าจ้างจำนวน 100,000 บาท โดยมีรถนำทางคอยดูด่านตรวจ และเมื่อรถนำทางเห็นด่านตรวจจึงโทรศัพท์แจ้งให้เลี้ยวรถกลับไปหาที่พักก่อน เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามหารถนำทาง จนพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บค 1653 เบตง จอดอยู่ในปั๊มน้ำมันก่อนถึงด่านตรวจบ้านพละประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อแสดงตัวขอตรวจสอบพบนายสาง โซ่เมืองแซะ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213 หมู่ 6 ต.ดงหลวง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เป็นคนขับ และมีนายวินัย เถาสอน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม นั่งโดยสารมาด้วย เมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายวินัยพบหมายเลขที่โทรศัพท์หานายสุภัทรหลายครั้ง นายวินัยจึงยอมรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ขับรถนำทางให้รถของนายสุภัทรในการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดจาก จ.นครพนม ไปส่ง จ.สงขลา

“จากการตรวจสอบประวัติก็พบผู้ต้องหาทั้งหมดเคยถูกจับในคดีขนยาเสพติดมาแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า เคยถูกจับแล้วทำไมจึงไม่เข็ด ผู้ต้องหาก็อ้างว่า หากไม่ทำก็ต้องตาย แต่ถ้าทำก็แค่ถูกจับเท่านั้น จึงจำเป็นต้องยอมทำผิด สำหรับกัญชาแห้งอัดแท่งของกลางทั้งหมด คาดว่าหากเล็ดลอดไปถึงปลายทางคือประเทศเพื่อนบ้าน จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พล.ต.ท.สรศักดิ์กล่าว

