จากกรณีที่นายบอย อายุ 18 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ถูก น.ส.ออย อายุ 16 ปี หลอกให้แต่งงานอยู่กินกันได้ไม่ถึงเดือน แล้วหอบสินสอดกว่า 40,000 บาท พร้อมทองคำหนัก 1 บาทหลบหนีไป ทำให้พ่อแม่ไปรับตัวนายบอยกลับมาอยู่บ้าน พร้อมทั้งขอเงินสินสอดคืน ปรากฏว่าได้เงินคืนมา 1,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ตามข่าวที่เสนอไปนั้น
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านโนนสมบูรณ์ หมุ่ 12 ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่ น.ส.ออย พบว่า บ้านปลูกอยู่กลางทุ่งนา มีเพียงหลานชายอยู่เฝ้าบ้าน ส่วน น.ส.ออยและพ่อแม่ไปทำธุระที่ อ.กันทรารมย์ ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามน.ส.ออยทางโทรศัพท์ว่า เรื่องของตนกับนายบอยเคลียร์กันจบแล้ว และไม่มีอะไรต่อกันอีก โดยตนได้บอกเลิกกับนายบอยโดยที่ตนไม่ได้มีผู้ชายคนใหม่แต่อย่างใด ส่วนเงินค่าสินสอดตนใช้จ่ายไปหมดแล้ว และจะไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 พบกับนายทองเลียน พิลา ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นสักขีพยานในพิธีแต่งงานของนายบอยกับ น.ส.ออย รวมทั้งเป็นญาติของ น.ส.ออยด้วย โดยนายทองเลียนกล่าวว่า จากข้อมูลที่ตนได้รับทราบ น.ส.ออยเคยมีแฟนมาแล้ว 3 คน นายบอยเป็นคนที่ 4 การที่ตนนับเงินค่าสินสอดเสร็จแล้วรีบออกมาจากพิธีแต่งงานนั้น เนื่องจากตนอายที่ฝ่ายชายมีญาติพี่น้องมากันเยอะแยะ แต่ฝ่ายหญิงมีญาติพี่น้องไปกันไม่กี่คนเท่านั้น ตนขอฝากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ออย ไม่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชนชาวบ้านโนนสมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตาม ตนสงสารผู้ชายหลายคนที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับ น.ส.ออย แม้ว่าจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมาตักเตือนแล้ว แต่ น.ส.ออยก็ไม่รับฟัง บอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่มารวมกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อยู่ ต่างพากันกล่าวว่า น.ส.ออย อายุเพียง 16 ปี แต่มีพฤติกรรมแบบนี้ ทำให้ชาวบ้านต่างพากันเห็นว่า หาก น.ส.ออยไม่เลิกพฤติกรรมนี้ก็จะทำให้ชื่อเสียงของหมู่บ้าน และจะให้ญาติของ น.ส.ออยไปตักเตือนให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว

