หน้าแรก ภูมิภาค ครอบครัวยังทำ...

ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ หลังลูกสาววัย 14 ดับเพราะพิษสุนัขบ้า แม่เล่านาทีลูกเสียชีวิต

20.03.18 | 17:51 น.

ครอบครัว ด.ญ.วัย 14 ชาว อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ที่เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้ารายที่ 6 ยังใจไม่ได้ที่สูญเสียลูกสาวเพียงคนเดียว พร้อมเตือนเป็นอุทาหรณ์ ปชช.แค่สัมผัสน้ำลายหรือโดนหมา-แมวข่วนเล็กน้อยอย่าชะล่าใจหากติดเชื้ออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ขณะหมอฉีดวัคซีนให้คนใกล้ชิดน้องที่เสียชีวิตหวั่นติดเชื้อ

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 16 บ้านสี่เหลี่ยมโนนทอง ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ด.ญ.ชลธาร ช่วยแสง หรือน้องต่าย อายุ 14 ปี นักเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านสุขสำราญ ที่เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นรายที่ 6 ของประเทศ ยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ขณะที่เพื่อนบ้านก็ได้แวะเวียนมาแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวน้อง และสอบถามข่าวคราวอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าแค่น้องถูกสุนัขงับที่มือ ไม่มีบาดแผล แค่เป็นรอยข่วนเล็กน้อย จะทำให้น้องเสียชีวิตรวดเร็วขนาดนี้ ส่วนสุนัขตัวที่งับมือน้องต่าย ทราบว่าเป็นสุนัขมาจากหมู่บ้านอื่น ขณะนี้ได้ตายไปและเจ้าของฝังซากไปแล้ว แต่ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากทราบว่าสุนัขที่กัดน้องต่ายจนทำให้เสียชีวิต ได้ไล่กัดสุนัขไปหลายตัว จึงกลัวว่าจะนำเชื้อพิษสุนัขบ้าไปแพร่ระบาด ส่วนคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดกับน้องต่ายที่เสียชีวิต ขณะนี้หมอได้ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกคน

นางสมยง ช่วยแสง อายุ 43 ปี แม่ของน้องต่าย บอกว่า ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวเพียงคนเดียว เพราะไม่คิดว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะลูกสาวไปเต้นรำในงานบุญหมู่บ้าน ก็มีสุนัขวิ่งเข้ามางับที่มือ แต่ไม่มีบาดแผล มีเพียงรอยข่วนเล็กน้อย ลูกสาวบอกกับยายเพื่อนบ้านที่ไปเต้นรำด้วยกันว่าไม่เป็นไร และกลับมาบ้าน ลูกสาวก็ไม่ได้บอกตนและคนในครอบครัวว่าถูกหมางับที่มือ จึงไม่ได้พาลูกสาวไปฉีดวัคซีน จากนั้นลูกสาวก็ใช้ชีวิตเป็นปกติ ต่อมาไม่ได้แสดงอาการอะไร

“กระทั่งวันที่ 15 มีนาคม เห็นลูกสาวนอนซมตัวร้อนจัด จึงต้มน้ำให้อาบ ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม ลูกสาวก็บอกอีกว่าแน่นหน้าอกจึงให้กินยาพาราเซตามอล เพราะคิดว่าไม่สบายธรรมดา ซึ่งน้องก็ไม่เคยมีโรคประจำตัว กระทั่งตี 1 คืนเดียวกันนั้น ลูกร้องเสียงดังบอกว่าเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก พอตี 5 ลูกเริ่มมีอาการคันตามตัวเหมือนเป็นลมพิษ จึงรีบพาไปโรงพยาบาล แต่ไม่อยากรอคิว จึงพาลูกไปคลินิก ได้ฉีดยาลดไข้และยาขยายหลอดลม หลังจากนั้นอีก 3 ชั่วโมง อาการของลูกไม่ดีขึ้น จึงกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง หมอให้พักรักษาตัวดูอาการที่โรงพยาบาลปะคำ แต่ตี 1 วันที่ 17 มีนาคม ลูกสาวก็เสียชีวิต ซึ่งหมอที่โรงพยาบาลปะคำบอกว่าลูกเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าแค่โดนสุนัขงับเป็นรอยนิดเดียว จะถึงขั้นเสียชีวิต” นางสมยง กล่าวและว่า อยากให้กรณีของลูกสาวเป็นเคสตัวอย่างแก่ผู้ที่เลี้ยงหมา หรือพ่อแม่ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป หากสัมผัสน้ำลาย ถูกสุนัข แมว กัด หรือข่วน ไม่ควรชะล่าใจ ควรจะรีบล้างทำความสะอาด และรีบไปหาหมอเพื่อรับการฉีดวัคซีนทันที หากประมาทล่าช้าอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้