หน้าแรก ภูมิภาค โผล่อีก!!!เหย...

โผล่อีก!!!เหยื่อโดนสาว 16 หลอกกู้เงินสิดสอด

21.03.18 | 12:56 น.

กรณี นายบอย หนุ่มวัย 18 ปีได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนเพื่อต้องการให้หนุ่มทั่วประเทศได้ทราบพฤติกรรมของ น.ส.ออย อายุ 16 ปี ที่หลอกให้ตนไปแต่งงานแล้วหนีหายไป โดยไม่ยอมคืนเงินสินสอดทองหมั้น จำนวน 40,000 บาท ทองคำหนัก 1 บาท และเมื่อไปทวงถามก็ได้เงินคืนมาเพียง 1,000 บาท ทองคำหนัก 1 บาท โดย น.ส.ออยแจ้งว่า เงินค่าสินสอดใช้จ่ายไปหมดแล้ว และล่าสุด น.ส.ออยพร้อมพ่อแม่ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรารมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ข้อความโจมตีในสื่อโซเชี่ยล และมีข่าวว่า มีชายหนุ่มอีกหลายคนตกเป็นเหยื่อของสาว 16 ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 7 บ้านหนองม่วง ต.ผักแพว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากทราบข่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นายลอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี และเป็นผู้ที่เคยโดย น.ส.ออย หลอกให้แต่งงานด้วยเพื่อเอาเงินสินสอด แต่ปรากฏ นายลอ ไม่อยู่บ้านไปทำงานขับรถบรรทุกส่งดินอยู่ต่างอำเภอ พบเพียง นางทอง (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นแม่ของ นายลอ อยู่บ้านกับญาติพี่น้อง ซึ่งนางทอง ได้เล่าว่า น.ส.ออย ได้มาอยู่กินกับลูกชายของตนที่บ้านหลังนี้นานประมาณ 1 ปี จากนั้น พ่อแม่ของ น.ส.ออย จะมาแจ้งให้ตนไปสู่ขอ น.ส.ออย ให้ แต่งงานกับ นายลอ ลูกชายของตน โดยพ่อแม่ของสาว 16 จะมาหาตนประมาณ 4 – 5 ครั้ง และแจ้งว่า หากไม่มีเงินแต่งก็ให้ไปหาเงินมาแต่งให้ด้วยเนื่องจากว่า ขณะนั้น น.ส.ออย อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ตนเกรงว่า ลูกชายจะมีปัญหา จึงได้ไปกู้เงินมาจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งมาจำนวน 120,000 บาท เพื่อนำเอามาเป็นค่าสินสอดทองหมั้นและค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงาน

นางทอง เล่าต่อไปว่า พ่อแม่ของ น.ส.ออย ได้เรียกเงินค่าสินสอด จำนวน 1 แสนบาท ทองคำหนัก 2 บาท แต่ตนบอกว่า ไม่มีเงิน พ่อแม่ของ น.ส.ออย จึงยอมลดลงมาเหลือเงินค่าสินสอด จำนวน 80,000 บาท ทองคำหนัก 1 บาท โดยตนและสามีพร้อมด้วยญาติพี่น้องเป็นคนจัดพิธีแต่งงานทั้งหมด หมดเงินค่าใช้จ่ายไปกว่า 40,000 บาท ทำให้เงินที่กู้ยืมมาจำนวน 120,000 บาท ใช้จ่ายไปหมดสิ้น และเมื่อแต่งงานแล้ว นายลอ ได้ไปอยู่ที่บ้านของ น.ส.ออย ที่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ไปอยู่กินกันได้ไม่ถึงเดือน พ่อแม่ของ น.ส.ออย ก็ให้ น.ส.ออยไปเรียนหนังสือที่ศูนย์การศึกษาแห่งหนึ่ง โดย น.ส.ลอไปเรียนหนังสือทุกวัน และต่อมาปรากฏว่า น.ส.ออย ไปเรียนหนังสือแล้วไม่ยอมกลับ นายลอโทรศัพท์ตามหาก็บอกให้ไปเอารถ จยย.ที่ร้านซ่อมโทรศัพท์แห่งหนึ่ง โดย น.ส.ออย หายไปเลย ทำให้ นายลอลูกชายของตนออกตามหาแต่ว่าไม่พบ ดังนั้น นายลอ ลูกชายของตนก็ได้กลับมาอยู่บ้าน

นางทอง เล่าต่อไปว่า หลังจากนายลอกลับมาอยู่บ้านที่บ้านหนองม่วงแห่งนี้แล้ว ญาติพี่น้องหารือกันว่า จะพากันไปขอเงินค่าสินสอดคืน แต่นายลอ บอกว่า ไม่ต้องไปขอเงินคืน จะหาเงินไปใช้หนี้เอง ซึ่งตนต้องทำงานหาเงินส่งใช้หนี้เงินจำนวน 120,000 บาท ที่กู้มาเป็นค่าสินสอดให้ น.ส.ออย ปีละ 22,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำนวน 10 ปี และปีนี้จะต้องส่งใช้หนี้เงินกู้เป็นปีแรก ซึ่งตนยังไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากที่ใดไปใช้หนี้ปีนี้ เพราะว่าตนอายุมากแล้ว ไม่มีอาชีพอื่นใด นอกจากการทำนาเท่านั้น หากว่าข้าวเปลือกไม่มีราคาก็คงไม่มีเงินไปใช้หนี้ นานไปที่นาที่เอาไปค้ำประกันเงินกู้ก็จะต้องถูกยึดไป ซึ่งการที่ตนโดน น.ส.ออย ทำกับตนและครอบครัวแบบนี้ เหมือนกับว่าตนถูกหลอกอย่างจัง ฝากไปถึง น.ส.ออยกับพ่อแม่ว่า พฤติกรรมแบบนี้เลิกได้แล้ว บาปกรรมมีจริง ไม่ควรทำแบบนี้กับผู้ชายคนอื่น ๆ อีกต่อไป การหลอกลวงเอาเงินค่าสินสอดเค้าเป็นบาปกรรมมาก