วันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 536,594 ไร่ มีลำห้วยที่สำคัญอยู่ 2 สาย คือ ลำห้วยสะด่อง และลำห้วยสลักพระซึ่งเป็นลำห้วยสายหลักที่สำคัญที่เป็นแหล่งน้ำให้สัตว์ป่าใช้ดื่มกิน โดยเฉพาะช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งมีจำนวนประชากรมากกว่า 250 ตัว ปัจจุบันลำห้วยสะด่องเริ่มแห้งขอดเป็นช่วงๆ ส่วนลำห้วยสลักพระยังมีน้ำตลอดสายแต่มีปริมาณน้อยลงมาก ซึ่งหากฤดูแล้งครั้งนี้ยาวนานลำน้ำทั้ง 2 แห่งนี้ก็คงแห้งอย่างแน่นอน
นายไพฑูรย์กล่าวว่า ช้างป่าที่มักจะออกจากป่ามาหากินในพื้นที่ของชาวบ้านมีจำนวนไม่มากนัก โดยพบว่าเป็นช้างป่าที่อาศัยอยู่บริเวณชายขอบป่า และมักจะออกมาหากินพืชไร่ของราษฎรเป็นประจำด้วยความเคยชิน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ช่วยกันเฝ้าระวังและลาดตระเวนผลักดันให้กลับเข้าป่าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ช้างป่าส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่บริเวณป่าตอนกลางของพื้นที่ ได้จัดเตรียมแหล่งน้ำไว้ ประมาณ 40-50 แห่ง กระจายอยู่ใน 2 จุดใหญ่ๆ คือ ทุ่งสลักพระ และบริเวณเกาะบุก แต่จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำได้แห้งขอดลงไปหลายแห่ง แต่ยังไม่ถือว่าวิกฤต เนื่องจากแหล่งน้ำที่เหลือรวมทั้งลำห้วยสายหลักและพุน้ำ ยังคงมีปริมาณน้ำให้สัตว์ป่าได้ใช้ประโยชน์อยู่ แต่หากฤดูแล้งยาวนานออกไปจนถึงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ก็จะส่งผลกระทบกับสัตว์ป่าอย่างมาก ดังนั้นจึงได้วางแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้วยการทำแหล่งน้ำเทียมขึ้น โดยจะนำท่อปูนขนาดใหญ่มาทำการฝังดินและเติมน้ำลงไป ทำเป็นบ่อน้ำขนาดเล็กๆ กระจายให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม นายไพฑูรย์กล่าวว่า ได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ป่าอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับปัญหาขาดแคลนน้ำขั้นวิกฤติที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อมิให้ช้างป่า รวมทั้งสัตว์ป่าอื่นๆ พากันอพยพออกมาหากินนอกเขตพื้นที่ป่าได้ ซึ่งหากไม่หาทางป้องกันไว้ก่อน ก็จะส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าและสร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรโดยรอบพื้นที่ป่าอย่างหนักแน่นอน

