หน้าแรก ภูมิภาค รัฐบาลหนุน &#...

รัฐบาลหนุน ‘น้ำบาดาล’ ฟื้นแผ่นดินแล้งนอกเขตชลประทาน ชู ‘บ้านกุดกระสู้ใต้’ เป็นแบบอย่าง

24.03.18 | 09:27 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน(คทช.) ตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ผู้แทนประชาชน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย จ.หนองบัวลำภู และได้กล่าวพบปะกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับตอนหนึ่งว่า “…ดีใจที่ได้มาเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มีความสุขจากประชาชน ถึงแม้จะเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ ทั้งนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน อย่ารอให้รัฐบาลช่วยฝ่ายเดียว ต้องเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ส่วนเรื่องการผลิตสินค้าเกษตร ต้องส่งเสริมผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ที่คำนึงถึงความต้องการและช่องทางการตลาดเป็นหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ รวมถึงการรวมกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่และปริมาณน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานให้ใช้น้ำบาดาลสนับสนุน…”

ในการนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สนับสนุนและแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนสามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี ซึ่งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้งที่ดำเนินการ ณ บ้านกุดกระสู้ใต้ หมู่ 13 ต.เก่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เป็นโครงการเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่กว่า 500 ไร่ ผลผลิตหลักที่เกษตรกรทำรายได้มากที่สุด คือ การผลิตแตงกวาญี่ปุ่นซูกินี่(สก็อต) โดยปลูกเมล็ดพันธุ์ ต่อราย 3 ไร่/4 เดือน ต้นทุน 37,000 บาท/ราย ราคาขาย 120,000 บาท/ราย มีกำไรสุทธิ 83,000 บาท/ราย ผลสำเร็จจากการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกรบ้านกุดกระสู้ใต้ที่สามารถพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งไม่สามารถทำประโยชน์ได้ให้สามารถทำการเกษตรแบบผสมผสานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงยั่งยืนให้แก่กลุ่มเกษตรกร นอกจากนี้ ยังสามารถจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรที่ใช้ระบบกระจายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรอย่างเป็นระบบให้แก่กลุ่มเกษตรกรรายอื่นๆ ใน จ.หนองบัวลำภูและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาศึกษาดูงานอีกด้วย ซึ่งจากการบริหารจัดการกลุ่มเกษตรได้ตามวัตถุประสงค์ ส่งผลให้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2560 สาขาบริการภาครัฐประเภทการพัฒนาการบริการระดับดี จากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)