เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ห้องประชุมกลาง อาคารหอพัก สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มองค์กรภาคประชาชน และประชาสังคม อาทิ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เขียวสวยหอม มือเย็นเมืองเย็น และภาคีคนฮักเจียงใหม่ ประกอบด้วย นายเฉลิมพล แซมเพชร ประธานภาคีฮักเชียงใหม่ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานชมรมร่มบิน หรือ ยามเฝ้าดอยสุเทพ จัดเสวนาระดมความคิดเห็นขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ โดยมีตัวแทนกลุ่มเปิดอภิปรายและร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเข้มข้น ขณะที่ด้านหน้าห้องประชุมมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายโครงการก่อน และหลังการก่อสร้างบ้านพักตุลาการและข้าราชการศาล ซึ่งอยู่ติดเขตป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งอยู่ในกระแสต่อต้านในขณะนี้ โดยเฉพาะจำนวน 45 หลัง ที่อยู่ในที่สูงชัน เสี่ยงต่อการพังทลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในส่วนเวทีเสวนามีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย โดยเชื่อว่ามีช่องทางในการต่อสู้เพื่อขอเพิกถอน และระงับการก่อสร้างโครงการดังกล่าว พร้อมเดินหน้าฟ้องหน่วยงานของรัฐที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ และขอให้ทำประชาพิจารณ์โดยเร่งด่วน เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมทั้ง นักท่องเที่ยวไทย และต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ และชื่นชมในทรัพยากรธรรมชาติที่เหลืออยู่ เพื่อคานอำนาจของสถาบันหลักซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ของประเทศ เรียกร้องให้รื้อทิ้ง และฟื้นฟูป่ากลับคืน แม้จะสูญเสียงบประมาณการก่อสร้างกว่า 300 ล้านบาท เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อหน่วยงานอื่นๆ ต่อไป ซึ่งปลัดก้อง จอมแฉ หรือนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม ได้เดินทางมารับฟังการเสวนา และแนะนำแกนนำภาคประชาชนให้ยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไปยังอำเภอเพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังการเสวนาที่ประชุมมีการตั้งกรรมการมูลนิธิ “รักษ์ผืนที่ป่าดอยสุเทพ” เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจเร่งด่วน ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ก่อนที่เวลา 17.20 น.ทั้งหมดร่วมกันเดินเท้าไปยังสันเขื่อนเก็บน้ำหนองจอก เพื่อชมโครงการก่อสร้างบ้านพักในพื้นที่ป่าดอยสุเทพ พร้อมทำสัญลักษณ์ “No Like หมู่บ้านป่าแหว่ง” และตะโกนว่า ไม่เอา 3 ครั้ง ทำพิธีกรรมกรวดน้ำ แผ่เมตตาให้กลับใจคืนผืนป่า รวมทั้ง มอบป้ายไวนิล “ขอคืนพื้นที่ป่า ดอยสุเทพ” ให้ตัวแทนนำกลับไปติดประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ชาวเชียงใหม่ ร่วมกันเคลื่อนไหวขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ
นอกจากนี้ ในวันที่ 26 มีนาคม เวลา 14.00 น.กลุ่มดังกล่าวได้นัดหมายเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ชี้แจงโครงการก่อสร้าง และยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมธนารักษ์ เพื่อให้ปรับปรุงระเบียบการใช้พื้นที่ราชพัสดุ ป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ พร้อมเตรียมเข้าพบ ผบ.มทบ.33 เพื่อหารือถึงการระงับโครงการอย่างเด็ดขาดให้เร็วที่สุด



