เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกเทรลเลอร์ 22 ล้อ เกี่ยวสายไฟทำให้เสาไฟฟ้าล้มทับรถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน ภายในซอยข้างศูนย์สาธารณะสุขชุมชนบ้านเก็ตโฮ่ บริเวณ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ก่อนขับหลบหนี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.สวรรยา เอียดตรง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กะทู้ จึงประสานไปยัง สภ.ใกล้เคียงให้ช่วยติดตามพร้อมสกัดจับรถคันดังกล่าว ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้น แจ้งว่าเป็นรถพ่วง รถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ป้ายทะเบียน 81- 0562 ภูเก็ต บรรทุกเหล็ก มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองภูเก็ต หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจหลาย สภ.ได้เร่งติดตามจากเบาะแสเป็นเวลาประมาณ 20 นาที ก่อนพบว่าคนขับรถได้รอดรถพ่วง 18 ล้อคันดังกล่าว ทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแม็คโครภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนพยายามหลบหนีไป แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ควบคุมตัวคนขับรถไว้ได้ ทราบชื่อคือนายเกรียงไกร นาเงิน อายุ 41 ปี เบื้องต้นพบเป็นรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ป้ายทะเบียน 81 – 0562 ภูเก็ต บรรทุก ทาวเวอร์เครน (เครื่องจักรที่ใช้ยกของในแนวดิ่ง และเคลื่อนที่) ของ บริษัท PHUKET 89 SERVICE จึงตรวจยึดอายัดรถคันดังกล่าวไว้ก่อนเร่งนำตัวคนขับส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ดำเนินคดีตามกฏหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยข้างศูนย์สาธารณะสุขชุมชนบ้านเก็ตโฮ่ พบว่าเสาไฟฟ้าตั้งแต่ปากซอยเข้าไปภายในซอย หักโค่น 5 ต้น และทับรถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก 2 คัน และเสียหายเล็กน้อย 4 คัน เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยรถคันที่เสียหายอย่างหนัก ได้แก่ รถตู้สีขาว ป้ายทะเบียน 31 – 0670 ภูเก็ต หลังคายุบเสียหาย และรถยนต์เก๋งฟอร์ดเฟียสต้า สีดำ ทะเบียน กม 8007 ภูเก็ต เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลเมืองกะทู้ต้องทำการตัดกระแสไฟฟ้าก่อน นำเครื่องจักรเข้าทำการรื้อถอน ซ่อมแซมเสา และสายไฟฟ้าให้กลับมาใช้การได้ตามปกติ เบื้องต้นความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายเกรียงไกรได้ขับรถเทรลเลอร์บรรทุกทาวเวอร์เครนมาจากฝั่งแยกกะทู้ (ร้านมุมเมืองลุง) มุ่งหน้าผ่านสามแยกเก็ตโฮ่ไปตัวเมืองภูเก็ต แต่ระหว่างที่ผ่านจุดดังกล่าว เหล็กที่บรรทุกได้เกิดเกี่ยวสายไฟจนทำให้เสาไฟฟ้าจนหักโค่นล้ม 5 ต้น ระหว่างนั้น นายเกรียงไกรคนขับซึ่งเห็นเหตุการณ์กลับไม่จอดรถ และได้เร่งเครื่องมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองภูเก็ต ก่อนไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าห้าง ซึ่งนายเกรียงไกรอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีที่จอดจึงต้องขับไปเป็นระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร





