สถานการณ์หมอกควันในจังหวัดแพร่ ยังคงอยู่ในสภาวะอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากควันฝุ่นละอองที่หนาแน่นในอากาศจนเกินค่ามาตรฐาน สาเหตุหลัก คือการจุดไฟเผาป่าแล้วปล่อยลุกลามอย่างขาดการควบคุม สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็น ขณะที่มาตรการควบคุมของทางจังหวัดใช้ไม่ได้ผล โดยเฉพาะผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ยังทำงานด้อยประสิทธิภาพ
นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ออกคำสั่งปิดป่าทั่วทั้งจังหวัดแพร่แล้วตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งถ้าพบการกระทำในการทำลายป่าจุดไฟเผาป่าสามารถดำเนินคดีได้ตามกฏหมาย เนื่องจากเป็นช่วงวิกฤตหมอกควัน กำหนดให้ทุกหมู่บ้านในท้องที่จังหวัดแพร่เป็นเขตควบคุมไฟป่ากำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน โดยห้ามเผาพื้นที่ป่า ขยะมูลฝอยเศษกิ่งไม้ใบหญ้าทุกพื้นที่ ตลอดจนห้ามจุดไฟเผาสองข้างทางและพื้นที่เกษตรโดยเด็ดขาด ให้จัดทำแนวกันไฟและบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่การเกษตร ริมทางและจุดเสี่ยงต่อการเผา
นายพงษ์รัตน์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกขึ้น และจากนี้ไปจนเข้าสู่ฤดูฝนจะต้องไม่มีการเผาอีกต่อไปและต้องขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ใกล้ป่าขอให้งดการเผาโดยเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเผาเศษวัชพืชของเกษตรกรในทุกอำเภอของจังหวัดแพร่ ยังขาดการควบคุมและยังไม่รับผิดชอบต่อการกระทำแม้ว่าการเผาทำให้เกิดหมอกควันกระทบต่อสุขภาพของคนส่วนรวมแล้วก็ตาม


