หน้าแรก ภูมิภาค เผาศพแบบโบราณ...

เผาศพแบบโบราณ ‘เหยื่อรถทัวร์มรณะ’ ญาติร่ำไห้ใจแทบขาด คนร่วมอาลัยกว่า 3,000 บรรยากาศสุดเศร้า

25.03.18 | 17:33 น.

น้ำตาท่วมวัดเผาศพเหยื่อรถทัวร์เช่าเหมาเที่ยวมรณะ 18 ศพ ญาติร่ำไห้แทบขาดใจ ขณะที่ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์เตรียมทำบุญใหญ่ปลอบขวัญให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่

จากกรณีรถทัวร์เช่าเหมา หมายเลขทะเบียน 30-0161 กาฬสินธุ์ ของบริษัทกันเองทัวร์พลิกคว่ำ บริเวณทางหลวงหมายเลข 304 ตอน วังน้ำเขียว – ดอนขวาง ช่วง กม. 242 + 000 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทำให้ผู้โดยสารชีวิต 18 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวญาติพี่น้องกันเป็นชาว ต.ห้วยโพธิ์ และ ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยญาตินำศพตั้งบำเพ็ญกุศลตามศาสนา

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 มีนาคม 2561 ที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ บ้านกลางดง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือ จ.กาฬสินธุ์ พระสุนทรธรรมประพุทธ์ รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย 1. นางเพลินพิศ จำปาศรี 2. น.ส. โชติกา(จิราภรณ์) ไชยกำบัง 3.นางละม่อม อังคะแสน 4. นางสำราญ จันทร์สว่าง และ5.นายโฆษิต เพชรสังหาร โดยพิธีญาติและชาวบ้านได้จัดตามประเพณีเผาศพโบราณ ที่ชาวบ้านภาคอีสานเรียกว่า เผาด้วยกองฟอน หรือเชิงตะกอน ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาร่วมกว่า 2,000 คน

Advertisement

จากนั้นในเวลา 15.00 น. ที่วัดป่าพุทธมงคล บ้านหลุบ ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พระราชศีลโสภิต หรือหลวงปู่หนูอินทร์ รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายคณะสงฆ์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตที่วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งมีการฌาปนกิจจำนวน 9 ราย ประกอบด้วย 1.นางนภาวรรณ จำปาศรี 2.ด.ญ.พรรณวดี ถิตย์ถนอม 3.นางสมพิศ สิทธิชุม 4.ด.ช.ธนาธิน พลไกรษร 5.นายประยูร วังพิกุล 6.ด.ญ.ปวีณ์สุดา วังพิกุล 7.นางบุญชิต สิทธิชุม 8 ด.ญ.ธนัญชนก ขันธบูรณ์ และ9.นางทองสอน ปรีวิลัย หลังเสร็จสิ้นพิธีทอดผ้าบังสุกุล เจ้าหน้าที่และญาติได้เคลื่อนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 9 ราย มาที่เชิงตะกอนบริเวณหน้ามหามณฑปมงคลยอดแก้วดวงคำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกองฟอนไว้ 11 กอง

และเมื่อได้เวลา พระราชศัลโสภิต และนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ ได้จุดพลุเพื่อทำพิธีฌาปนกิจศพหมู่ผู้วายชนม์ทั้ง 9 ราย ซึ่งวันนี้เป็นพิธีฌาปนกิจศพทั้งสิ้น 14 ราย มีความสัมพันธ์เป็นญาติพี่น้องกันทั้งหมด อาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ทำให้เตาเผาศพจึงไม่เพียงพอ ขณะที่ทางญาติต้องการให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุขติพร้อมๆกันจึงจัดพิธีเผาศพด้วยกองฟอน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน บางคนร้องไห้แทบขาดใจ และบางรายได้แต่กอดโลงศพร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เนื่องจากต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดเพราะผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวร์มรณะครั้งนี้มากถึง 18 คน และทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกัน อีกทั้งบางครอบครัวมีผู้เสียชีวิตเกือบทั้งครอบครัว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งมีญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิตเดินทางมาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้ายกว่า 3,000 คน

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ญาตินำศพฌาปนกิจศพเอง โดย 2 ราย คือ 1.นายวิรุฬห์ ตะก้อง ทำการฌาปนกิจศพที่วัดชัยสุนทร เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และ 2.นายสีไพร เผือดผุด ญาติทำการฌาปนกิจศพไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ส่วนอีก 2 ราย ญาติจะทำพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 26 มี.ค. 61 โดยนางเรียน ธารวาวแวว ฌาปนกิจศพที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ บ้านดลางดง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และนางสายธาร สุทธิชุม จะฌาปกิจศพที่วัดดอนสนวน บ้านดอนสนวน ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์

นายไกนสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ .กล่าวว่าในส่วนขงการยช่วยเหลือทางจ.กาฬสินุ์ ได้อำนยความสะดวกให้กับครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิตเป็นอย่าดี นอกจากนี้ในด้านสินไหมทดแทน ได้สั่งการให้ คปภ. ได้เร่งดำเนินการติดตามและนำเงินมอบหให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ราย เบื้องต้นจะได้รับเงินจากการทำประกันภัย รายละ 650,000 บาท อย่างไรก็ตามทาง คปภ. ยังได้ติดตามในส่วนของประกันภัย ประกันชีวิต ส่วนบุคคล ที่ได้ติดตามนำมามอบให้กับทุก ๆ ราย และให้ทางยุติธรรมจ.กาฬสินธุ์ สำนักงานคุ้มครองสิทธิฯ เข้ามาพูดคุยให้ข้อมูลกับสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับเบื้องต้น รวมถึงการสั่งการให้ สสจ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าติดตามสภาพจิตใจครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บด้วย อย่างไรก็ตามภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจศพ ได้เรียนปรึกษากับหลวงปู่หนุอินทร์และเห็นควรว่าจะมีการทำบุญใหญ่ของทั้งสองหมู่บ้านเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต สร้างขวัญกำลังใจให้กลับมาโดยเร็ว และเป็นสิริมงคลให้กับทุก ๆ คนทั้ง 2 หมู่บ้าน หลังเหตุการณ์อุบัติเหตุหมู่เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 18 ราย เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บเป็นญาติพี่น้อง อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีเป็นที่รู้จักมักคุ้นกับคนในชุมชนจึงสร้างความะเทือนใจให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก